“จู่ ๆ ก็หายไปเงียบ ๆ! แล้วยังไม่กลับมาตั้งนาน” ลั่วเจียไป๋บ่นด้วยความเป็นห่วง “ทำแบบนี้คนอื่นเขาก็เป็นห่วงนายแย่สิ”
“เมื่อกี้ฉันเจอเฟิงซ่าน เขาว่ายมาจากทางนู้น แถมยังบอกให้ฉันรีบมาเก็บศพนาย! หัวใจฉันแทบหยุดเต้น!”
ลู่หลียกการ์ดขึ้น เส้นผมเปียกชื้นแปะอยู่บนใบหน้า เขาใช้หลังมือปาดน้ำบนขนตา “ฉันไปเอาไอเทมมา”
ลั่วเจียไป๋มองดูท่าทางของเขาแล้ว ก็พูดตำหนิอะไรไม่ออก อารมณ์โกรธพลันจางหายไป “คราวหน้าบอกก่อนล่ะ”
บางครั้งเขาก็รู้สึกว่าลู่หลีเก่งมาก พอเจอเรื่องสำคัญกลับสุขุมเยือกเย็น เป็นระบบระเบียบ ทำให้คนอดไม่ได้ที่จะอยากเข้าใกล้ อยากเชื่อใจ
แต่บางครั้งก็รู้สึกว่าลู่หลีอีคิวไม่ค่อยสูง ยังขาดสามัญสำนึกในชีวิตประจำวัน เหมือนเด็กในบ้านที่ต้องดูแลอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลา เขากลัวว่าคนข้างนอกจะฉวยโอกาสรังเกลู่หลี
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว”
ลั่วเจียไป๋ลากลู่หลีมาถึงใกล้ทางออกในที่สุด
ผิวน้ำท่วมทางออกไปเกือบหมด เหลือเพียงรอยแยกแคบ ๆ
ลั่วเจียไป๋คลำไปมาตรงตำแหน่งทางออกใต้ผิวน้ำในน้ำ แต่ไม่ว่าจะคลำอย่างไร ก็เจอแต่กระเบื้อง
สีหน้าเขาเปลี่ยนไปทันที “ทางออกพอถูกน้ำท่วมก็กลายเป็นกระเบื้องไปแล้ว!”
ลั่วเจียไป๋พยายามยื่นแขนออกไปทางรอยแยกแคบ ๆ ที่เหลืออยู่บนผิวน้ำอย่างสุดแรง แต่เพิ่งถึงช่วงไหล่ก็ติด
น้ำไหลผ่านรอยแยก พื้นที่ว่างค่อย ๆ กลายเป็นกระเบื้อง มือของลั่วเจียไป๋ถูกหนีบแน่น ดึงออกมาไม่ได้
เขาต้องอาศัยแรงจากลู่หลีถึงจะดึงแขนตัวเองกลับมาได้
