“คน” บนหลังม้าถูกเปลวไฟสีดำปกคลุม
เธอก้มตัวไปทางที่ลู่หลีชูศพขึ้นมา ร่างเอียงกระเท่เร่ ก่อนจะแตะศพก็พลัดตกจากหลังม้าลงมา
“โครม!”
พร้อมกันนั้นก็มีดาบที่เธอถือมาตลอดทางหล่นลงพื้น
แล้วก็มีศีรษะกลิ้งออกมาอีกหนึ่ง กับแขนอีกสองข้าง
เปลวไฟบนตัวม้าก็หายไปตาม เผยให้เห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริง มันคือม้าสีน้ำตาลเข้ม มีดวงตาสีม่วงคู่หนึ่งที่ชวนให้ประทับใจ ขนตายาวแผ่ลงมาปิด มันมองคนที่สภาพย่ำแย่บนตัวด้วยความร้อนรน พ่นลมหายใจ
ลู่หลีถือศพอยู่ อีกสามคนยังไม่ทันเข้าไปพยุง จู่ๆ ก็มีเด็กสาวคนหนึ่งพุ่งออกมาจากม่านหมอกเลือดด้านหลัง
เด็กสาววิ่งเร็วมาก จนทุกคนมองไม่ทันเห็นหน้า
เธอก็เก็บดาบที่เพิ่งหล่นลงพื้นเมื่อสองวินาทีก่อนขึ้นมา
แล้วรวมร่างเป็นหนึ่งเดียวกับเปลวไฟสีดำ
เด็กสาวคนแรกที่ตกจากหลังม้าถูกเด็กสาวที่เข้ามาแทนอุ้มด้วยมือเดียว “เธอพักก่อน ฉันเอง”
เมื่อเปลวไฟย้ายไปเผาร่างใหม่ ลู่หลีก็เห็นว่าฝ่ามือทั้งสองของเด็กสาวคนแรกถูกกรีดเป็นบาดแผลลึกทะลุ เจ็บจนมือที่ตกตามแรงโน้มถ่วงสั่นระริกโดยไม่รู้ตัว
แล้วก็ได้เห็นโฉมหน้าของเธอ
ผมทองตาสีฟ้า ไม่ได้งดงามจับตา แต่กลับใช้ดวงตาใสกระจ่างคู่นั้นมองผ่านลู่หลี ไปมองอีกคนหนึ่ง
ลู่หลีลองเรียกชื่อ “อ้าวจี๋”
ร่างของเด็กสาวคนแรกตอบสนองแบบอัตโนมัติ เธอสั่นสะท้านด้วยริมฝีปากไร้สีเลือด ยกมือขึ้น อยากจะแตะลู่หลี แต่ก็หยุดไว้ในระยะที่สุภาพ “ท่านไม่ใช่เธอ”
“แต่บนตัวท่าน มีพลังของลีเซ่”
“ช่างคุ้นเคยเหลือเกิน ฉันไม่ได้เจอเธอมานานมากแล้ว ท่านเป็นสหายที่ลีเซ่ให้การยอมรับ พวกเราจะเชื่อใจท่าน”
“ขอบคุณที่ช่วยเหลือ ศพสองศพนี้คือสิ่งที่พวกเราต้องการ”
พวกเขาช่วยคนทั้งสองขึ้นหลังม้าอีกครั้ง แล้วส่งศีรษะกับแขนที่กลิ้งหล่นให้ และช่วยจัดวางศพที่กระจายให้เรียบร้อย ไม่ให้หล่นระหว่างขี่ม้า
การจะข้ามห้องโถงหลักของโบสถ์ไปถึงอีกด้านหนึ่ง ต้องเหยียบบนทางหินแคบๆ
มือเปื้อนเลือดจำนวนมากยื่นออกมาจากบึงเลือดสองข้างทาง ไม่หยุดยั้งที่จะฉุดรั้งกีบม้า แต่ก็ถูกดาบยาวฟันขาดสะบั้นทีละข้าง
กีบม้าก้าวอย่างระมัดระวัง ลื่นไถลอยู่หลายครั้ง ดูแล้วอดไม่ได้ที่จะอยากเข้าไปช่วย แต่ภาพตรงหน้ากลับบิดเบี้ยวอีกครั้ง
