เสียงที่ดังออกมาจากลิ้นชักยิ่งทวีความดังขึ้นเรื่อย ๆ หน้าโต๊ะก็สั่นสะเทือนตามไปด้วย
กล่องยาบนโต๊ะล้มคว่ำลง
ปากกระต่ายที่กระดอนไปมาคาบกล่องยาอยากจะเปิดมัน
เด็กสาววางตุ๊กตากระต่ายสักหลาดลง ใยที่ห่อหุ้มตัวเธอถูกเปิดออกอีกชั้น กิ่งไม้แห้งกราวร่วงลงบนโต๊ะ เผยให้เห็นใบหน้าของเธอทั้งหมด
ซูบผอมจนเนื้อหนังบุ๋มเข้าไป
“ได้เวลากินยาแล้ว” เด็กสาวยัดเม็ดยาเข้าปากพลางมองไปที่ผนังคล้ายจะดูนาฬิกา
เธอพลันเข้าใจ “นาฬิกาถ่านหมดแล้ว มิน่าเวลาถึงได้ไม่เปลี่ยนไปเลย เหมือนตายไปแล้ว ทุกอย่างในห้องก็เงียบเหงาหงอยง่วง”
“กระต่ายตัวจิ๋วอย่างเธอยังมีสำนึกเรื่องเวลาเลยนะ” เด็กสาวหัวเราะสั้น ๆ แล้วกลับมาเจ็บปวดอีกครั้ง เอามือสองข้างวางไว้ข้างแก้ม เล็บงอกยาวแหลม แทงลงในเนื้อบนใบหน้าขุดเป็นรูเลือด เม็ดยาที่เพิ่งกินเข้าไปไหลย้อนออกมาตามรูพวกนั้น
ปากกระต่ายกระโดดไปมาบนโต๊ะอย่างร้อนรน
มันคอยรับเม็ดยาที่ร่วงหล่น ส่งคืนให้เด็กสาวอีก
ยาที่กินเข้าไปใหม่ก็ร่วงจากรูออกมา เป็นวัฏจักรซ้ำไปมา
เด็กสาวพูดว่า “กินยาก็ดูไม่มีประโยชน์อะไรเลย”
“ไม่อยากกินข้าว ไม่อยากคุยกับใคร นั่งเหม่อลอยอยู่เฉย ๆ ก็ผ่านไปวันหนึ่ง เหมือนต้นไม้กลวงที่ตายแล้ว”
