ผู้ช่วยที่ครอบครองหนังสือต้องห้ามแทบไม่กล้าแม้แต่จะหายใจตั้งแต่ต้นจนจบ เธอมองนักสืบสวนแปลกหน้าคนนั้นเอาหนังสือต้องห้ามของเธอไป ตอนแรกรอคอยการแจ้งความผิดของอีกฝ่ายด้วยความสิ้นหวัง แต่สุดท้ายหมอที่ตรวจสอบห้องกั้นของเธอกลับประกาศว่าเธอ 'สะอาด' และเดินจากไปตรวจสอบห้องกั้นถัดไป โดยที่นักสืบสวนไม่ปริปากพูดอะไรเลย
ผู้ช่วยพยุงกำแพงด้วยเหงื่อโชกทั้งตัว สบตากับอีแวบหนึ่ง
อีพาผู้เล่นเข้าไปในห้องกั้นของตัวเอง เมื่อหยุดลง ก็จงใจยืนตรงจุดที่ใกล้ลู่หลีที่สุด แล้วเริ่มเล่าเนื้อหาที่ตัวเองรู้ “ฉันไม่ได้รู้รายละเอียดคดีนี้มากนัก ที่จริง ตอนเขาตายฉันไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ”
“ศพเจอตอนบ่าย ตอนเช้าฉันก็ทำงานในป่าเหมือนผู้ช่วยคนอื่น ๆ แถมวันนั้นควรเป็นวันหยุดของเขา ไม่รู้ทำไมถึงกลับมาที่สมาพันธ์” รอยยิ้มของอีแฝงความเย้ยหยัน “หมอนักวิชาการอย่างพวกเขาที่คิดค้นยาพ่อมดได้มากมายและทำคุณูปการใหญ่หลวงให้สมาพันธ์ ได้รับวันหยุดมากมายไว้สำราญ”
เฉิงเหลียงและอีกสองคนพยายามเค้นข้อมูลเพิ่มจากอี ลองถามเธอว่า
“ผู้ตายเกี่ยวข้องกับสถาบันพ่อมดศักดิ์สิทธิ์ไหม ปกติเขาใช้วันหยุดตอนไหน ใช่ไปสถาบันพ่อมดศักดิ์สิทธิ์ตอนหยุดหรือเปล่า”
“คุณรู้จักเมไหม”
ทว่าคำถามกลับหายเข้ากลีบเมฆ ไม่ได้ปฏิกิริยาตอบกลับจากอีเลย
หางซือเหวินกล่าว “เอ็นพีซีตัวนี้อาจกระตุ้นบทสนทนาได้แค่นี้ ถามอีกสู้หาไอเทมสำคัญในห้องกั้นนี้ว่าเจอไหมไม่ได้ดีกว่า เมื่อกี้ผู้ช่วยชายพาเราเดินผ่านแถวนี้ แต่ไม่ให้เวลาเราหยุดสำรวจ”
เธอมองเฉิงเหลียงอย่างเย็นเยียบ “อีกอย่างคงฝังปมทางใจให้คุณสินะ ครึ่งฟากที่เลี้ยงสัตว์เราควรอยู่ห่างจะดีที่สุด ไม่งั้นจะถูกโจมตี ส่วนครึ่งที่เป็นโต๊ะทำงานประจำวันของอี เราดูให้ดีได้”
