นอกจากกระดูกแล้ว เมิ่งหยางยังซื้อเนื้อมันกับเนื้อแดงมาอีกสิบชั่ง
กระดูกกับเนื้อหนักหลายสิบชั่ง เมิ่งหยางก็ไม่ยอมให้น้องสาวช่วยถือ หิ้วเองคนเดียวทั้งหมด
โชคดีที่มีรถไฟฟ้า ไม่อย่างนั้นหิ้วกลับบ้านแบบนี้ แขนสองข้างคงพังแน่
ฟ้ามืดแล้ว
ตอนสองพี่น้องมาถึงหมู่บ้านก็สามทุ่มครึ่งแล้ว
ลุงแม ยามประจำป้อมนั่งอยู่ในห้อง ตาเริ่มปรือจนแทบลืมไม่ขึ้น
“ลุงแม สามทุ่มครึ่งแล้วนะครับ ยังไม่นอนอีกเหรอ”
เมิ่งหยางเปิดประตูแล้วทักทายลุงแม
ลุงแมฝืนลืมตาขึ้น พอเห็นว่าเป็นเมิ่งหยางก็พยายามเรียกสติขึ้นมาเล็กน้อย
“อ้าว เมิ่งหยางนี่เอง ทำไมพวกเธอกลับดึกขนาดนี้ล่ะ”
“ผมกับน้องไปดูหนังมาครับ เพิ่งกลับถึง ตอนนี้ก็สามทุ่มครึ่งแล้ว ลุงรีบไปนอนเถอะครับ พวกผมไม่รบกวนแล้ว”
“เออ ๆ ฉันก็ถึงเวลานอนแล้วเหมือนกัน”
หลังทักทายลุงแมเสร็จ เมิ่งหยางก็หิ้วถุงใบใหญ่สองถุงเดินขึ้นไปชั้นบน
“พี่ ปกติพี่ก็ไม่ค่อยคุยกับลุงแมไม่ใช่เหรอ วันนี้ทำไมกลับมาแล้วยังตั้งใจแวะทักด้วยล่ะ”
เมิ่งหยางยิ้มบาง ๆ ไม่ตอบ แต่กลับหยุดอยู่หน้าบ้านป้าจางแล้วเคาะประตูปัง ๆ
“ใครน่ะ ดึกป่านนี้แล้ว”
เสียงป้าจางดังมาจากข้างใน ฟังดูทั้งสงสัยทั้งหงุดหงิด
“ป้าครับ ผมเอง เมิ่งหยางครับ”
ป้าจางสวมชุดนอนตัวโคร่งออกมาเปิดประตู พอเห็นเมิ่งหยางหิ้วถุงใบใหญ่สองถุงอยู่ก็ร้องขึ้นมาทันที
“โธ่ พวกเธอซื้อของมาเยอะขนาดนี้เลยเหรอ”
