จุดรับฝากสมอง...
เจ็บจะตายอยู่แล้ว~
หลังจากเสิ่นเฉียวได้สติ ความรู้สึกแรกก็คือเจ็บแทบตาย แต่เธอก็คิดว่าประสาทสัมผัสของตัวเองคงมีปัญหา เพราะทั้งที่เธอกับราชาซอมบี้ตายตกไปตามกันแล้ว ตามหลักแล้วก็น่าจะตายสนิทจนไม่เหลือแม้แต่ซาก แล้วทำไมถึงยังรู้สึกเจ็บได้อีก?
ไม่ถูกต้อง! มีบางอย่างไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง!
หรือเธอยังไม่ตาย ที่ผ่านมาทั้งหมดเป็นแค่ความฝัน?
แต่ความรู้สึกตอนแก่นพลังระเบิดไม่มีทางหลอกกันได้ เพราะมันเจ็บปวดเกินไปจริง ๆ
แล้วตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? หรือความเจ็บปวดนี้ตามเธอมาถึงปรโลกด้วย?
ให้ตายเถอะ เธอน่าสงสารเกินไปแล้ว แม้แต่ตายไปก็ยังต้องทนทุกข์จากความเจ็บปวดราวกับร่างแหลกเป็นเสี่ยง ๆ
เธอไปทำบาปอะไรไว้กันแน่? ขอร้องท่านยมบาลให้ส่งเธอไปเกิดใหม่เร็ว ๆ ได้ไหม ถ้าต้องเจ็บแบบนี้ต่อไป เธอคงอยากตายในปรโลกอีกรอบแน่
ไม่ได้ เธอต้องรีบลืมตาขึ้นไปคุยกับท่านยมบาลให้รู้เรื่อง
ท่านยมบาลคะ ฉันตายอย่างไม่เป็นธรรม!
เอ๊ะ ไม่ใช่สิ!
ขณะนั้น ความทรงจำสายหนึ่งที่ไม่ใช่ของเธอกำลังทะลักเข้าสู่สมองอย่างบ้าคลั่ง ทำให้อาการปวดเดิมยิ่งแย่ลงไปอีก
ในเวลาเพียงไม่กี่นาที เธอได้เห็นชีวิตทั้งชีวิตของเด็กสาววัย 18 ปีคนหนึ่ง
เมื่อเธอลืมตาขึ้น เสิ่นเฉียวก็เข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
เธอข้ามมิติมาแล้ว!
แถมยังข้ามมาในอีก 500 ปีให้หลัง
ยุคนี้ไม่ใช่วันสิ้นโลกที่เธอคุ้นเคยอีกต่อไป แต่เป็นยุคดินแดนรกร้าง
ซอมบี้ที่เคยทำให้ผู้คนหวาดผวาหายสาบสูญไปนานแล้ว ส่วนหายไปได้อย่างไรนั้น...
ในความทรงจำของเด็กสาวมีคำบรรยายเรื่องนี้อยู่ ตามบันทึกของยุคดินแดนรกร้าง เมื่อ 500 ปีก่อน ดาวสีน้ำเงินเผชิญภัยพิบัติทางธรรมชาติต่อเนื่อง ทั้งพายุเฮอริเคน สึนามิ หิมะและน้ำแข็ง แสงแดดแผดเผา แผ่นดินไหว...
หลังภัยพิบัติ ซอมบี้ที่ทำให้ผู้คนหวาดผวาก็ปรากฏตัวขึ้น...
แน่นอนว่ามนุษย์จำนวนไม่น้อยก็ปลุกพลังพิเศษได้เช่นกัน
ตามข้อมูลที่บันทึกไว้ เมื่อ 500 ปีก่อน มนุษย์ตกอยู่ในภาวะยากลำบากอย่างหนัก ความเร็วในการวิวัฒนาการของซอมบี้เหนือกว่ามนุษย์ไปไกล
ราชาซอมบี้จำนวนมากปรากฏขึ้นทั่วโลก เขตปลอดภัยที่มนุษย์ใช้เป็นที่พึ่งพิงในการดำรงชีวิตค่อย ๆ หดเล็กลงทุกที
ในตอนที่มนุษยชาติคิดว่าตนกำลังจะสูญพันธุ์ จู่ ๆ วันหนึ่งก็มีดาวเคราะห์น้อยที่แผ่รังสีนิวเคลียร์รุนแรงพุ่งชนดาวสีน้ำเงิน
นี่คือหายนะ และเป็นโอกาสด้วย
ซอมบี้ที่เคยอาละวาดถูกกำจัดจนแทบหมดสิ้นจากการพุ่งชนครั้งนั้น ส่วนมนุษย์ซึ่งต้องรับมือทั้งซอมบี้และสภาพอากาศอันเลวร้าย ผู้รอดชีวิตจำนวนมากหลบซ่อนอยู่ใต้ดินเป็นเวลานาน จึงกลับรอดพ้นเคราะห์ร้ายมาได้
แม้ซอมบี้ที่ทำให้ผู้คนหวาดผวาจะหายไปแล้ว แต่ดาวสีน้ำเงินทั้งดวงก็เปลี่ยนสภาพจนแทบจำไม่ได้ เพราะดาวเคราะห์น้อยที่แผ่รังสีนิวเคลียร์รุนแรงลูกนั้น
แรงปะทะของดาวเคราะห์น้อยไม่เพียงทำให้ดาวสีน้ำเงินเบี่ยงออกจากวงโคจรเดิม แต่ยังทำให้ดาวทั้งดวงไร้เกราะป้องกันใด ๆ
มนุษย์ไม่อาจเดินอยู่กลางแสงอาทิตย์ได้อีก เพราะแสงอาทิตย์ที่ปนเปื้อนรังสีนิวเคลียร์จะทำให้ร่างกายได้รับรังสีเกินขีดจำกัด ก่อนจะตายอย่างทุกข์ทรมาน
รังสีนิวเคลียร์อันรุนแรงยังเปลี่ยนแปลงสิ่งมีชีวิตบนดาวสีน้ำเงิน ทั้งสัตว์และพืชกลายพันธุ์อย่างหนัก สัตว์มีขนาดใหญ่โตและดุร้าย
ส่วนพืชยิ่งไม่ต้องพูดถึง ตั้งแต่ยุควันสิ้นโลก พืชและสัตว์ก็เริ่มกลายพันธุ์แล้ว เพียงแต่การกลายพันธุ์ของพืชและสัตว์ล้าหลังมนุษย์กับซอมบี้มากนัก ดังนั้นในเวลานั้นจึงไม่ได้เป็นภัยร้ายแรงต่อดาวสีน้ำเงิน
แต่สถานการณ์ในตอนนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน ซอมบี้ที่น่าสะพรึงกลัวหายไป ส่วนพืชและสัตว์กลายพันธุ์ก็เข้ามาแทนที่
มนุษย์เคยคิดว่าเมื่อซอมบี้หายไป พวกตนจะกลับมาเป็นผู้ล่าอันดับสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร แม้ในยุควันสิ้นโลกซอมบี้จะแข็งแกร่ง แต่ก็มีมนุษย์จำนวนมากวิวัฒนาการจนมีพลังพิเศษ พอจะต่อกรกับซอมบี้เหล่านั้นได้บ้าง
น่าเสียดายที่ความจริงตบหน้าพวกเขาอย่างจัง การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้ดาวสีน้ำเงินเข้าสู่ยุคดินแดนรกร้าง มนุษย์ที่อาศัยอยู่ในยุคนี้เรียกปีที่ดาวเคราะห์น้อยพุ่งชนโลกว่า ‘ปีแรกแห่งดินแดนรกร้าง’ จนถึงตอนนี้ก็ผ่านไปกว่า 500 ปีแล้ว
ส่วนเจ้าของร่างเดิมเป็นเด็กสาวธรรมดาคนหนึ่งที่เกิดและเติบโตในยุคดินแดนรกร้าง
ปีนี้เธอเพิ่งอายุครบ 18 ปี อาศัยอยู่ในเขตปลอดภัยตะวันออก
ที่นี่เคยเป็นดินแดนของประเทศหัวมาก่อน หลังวันสิ้นโลกปะทุขึ้น ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกก็จัดตั้งเขตปลอดภัยของตนเองขึ้น
ต่อมาเมื่อเข้าสู่ยุคดินแดนรกร้าง เขตปลอดภัยแทบไม่เหลืออยู่แล้ว
ตอนนี้มีเขตปลอดภัยใหญ่ทั้งหมด 4 แห่ง แบ่งเป็นตะวันออก ตะวันตก ใต้ และเหนือ
แต่ละเขตปลอดภัยยังแบ่งออกเป็นหลายส่วน ได้แก่เขตเอ บี ซี และดี
เขตเอเป็นพื้นที่ใจกลาง ที่พักอาศัยของผู้มีอำนาจในเขตปลอดภัย ส่วนเขตบีกับเขตซีเป็นที่อยู่ของครอบครัวร่ำรวยมีอิทธิพลและทีมทหารรับจ้าง ขณะที่เขตดีเป็นพื้นที่ของประชาชนทั่วไป
พวกเขาไม่มีเงิน ไม่มีอำนาจ ทุกวันต้องดิ้นรนอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความเป็นกับความตาย ที่นี่จึงถูกเรียกว่าย่านสลัม เพราะไม่มีบ้านสักหลังที่พอจะเรียกว่าบ้านได้
เดิมทีเจ้าของร่างเดิมอาศัยอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่งในเขตซี
สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นโดยเขตปลอดภัย เพื่อดูแลเด็ก ๆ ของชาวตะวันออกทั้งหมด
เพราะในยุคดินแดนรกร้าง เด็กเล็กเป็นทรัพยากรล้ำค่า พวกเขาเป็นตัวแทนของชีวิตใหม่และความหวัง
เด็กกำพร้าที่อาศัยอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจะได้รับสารอาหารเหลววันละหนึ่งขวดจากรัฐบาลโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อให้พวกเขายังพอมีชีวิตอยู่ได้ พูดให้ถูกก็คือแค่ประทังชีวิตไม่ให้หิวตายเท่านั้น
สารอาหารเหลวให้ได้เพียงความอิ่มท้องกับสารอาหารเล็กน้อย อย่าหวังว่าจะกินให้อิ่มจริง ๆ
เด็กที่อยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า พออายุครบ 7 ขวบก็จะออกไปเก็บของพร้อมกับครูหรือเด็กโตในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
แน่นอนว่าเพื่อความปลอดภัยของเด็ก ๆ พื้นที่ที่พวกเขาออกไปเก็บของอยู่ใกล้เขตปลอดภัยมาก
เด็กทุกคนในเขตปลอดภัยจะได้รับโอกาสกระตุ้นพลังพิเศษจากรัฐบาลหนึ่งครั้งหลังอายุครบ 8 ขวบ
เด็กที่กระตุ้นพลังพิเศษสำเร็จจะได้เข้าเรียนในสถาบันพลังพิเศษ เมื่อเรียนจบก็มีโอกาสเข้าร่วมทีมทหารรับจ้าง
ส่วนเด็กที่กระตุ้นพลังไม่สำเร็จจะอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าต่อไป คอยช่วยดูแลเด็กคนอื่นจนกว่าจะอายุครบ 18 ปี จากนั้นก็ต้องออกไปใช้ชีวิตด้วยตัวเอง
นั่นหมายความว่า เด็กที่ปลุกพลังพิเศษไม่สำเร็จและมีอายุครบ 18 ปี จะไม่มีที่พักอาศัยและอาหารที่มั่นคงอีกต่อไป
พวกเขาต้องหาทางเอาชีวิตรอดด้วยตัวเอง
แน่นอนว่าการปลุกพลังพิเศษไม่ได้มีแค่วิธีนี้ ยังอาจตื่นพลังขึ้นเองตามธรรมชาติได้ แต่โอกาสนั้นแทบไม่มีเลย
พลังพิเศษที่ตื่นขึ้นเองตามธรรมชาติล้วนแข็งแกร่งมาก ทั้งยังมั่นคงและปลอดภัยกว่าพลังที่กระตุ้นด้วยยา
หากพลังพิเศษที่กระตุ้นด้วยยาเกิดพังทลาย สิ่งที่รอผู้มีพลังอยู่ก็คือผลลัพธ์อันเลวร้ายเกินจะรับไหว
หากผู้มีพลังมีแต้มสะสมมากพอ ก็ยังซื้อยาระงับการพังทลายของพลังได้ มิฉะนั้นก็ต้องรอความตายอย่างทุกข์ทรมาน
แต่ในบรรดาผู้มีพลังที่ใช้ชีวิตเสี่ยงตายทุกวัน จะมีสักกี่คนที่เก็บแต้มได้มากมายขนาดนั้น?
อีกอย่าง ต่อให้มียากระตุ้นพลังอยู่จริง คนที่ปลุกพลังสำเร็จก็มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น
คนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในเขตปลอดภัยเป็นคนธรรมดา ต้องดิ้นรนหาอาหารให้พอประทังชีวิตในแต่ละวัน
โดยทั่วไปแล้ว คนเหล่านี้มักอาศัยอยู่ในย่านสลัม เพราะต้องออกไปเก็บของถึงจะมีชีวิตรอดได้ ดังนั้นเขตดีจึงเป็นพื้นที่ที่ใหญ่ที่สุดในเขตปลอดภัยทั้งหมด
