ภายในห้องเช่าร่วมในอาคารพักอาศัยเก่าซอมซ่อ เสียงชวนให้จินตนาการดังขึ้นเป็นระลอก ก่อนจะเงียบลงหลังผ่านไปเพียง 2 นาที
ผนังในห้องเหลืองซีดและสีลอกเป็นแผ่น มีราดำอมเขียวแต้มกระจาย รอยร้าวไขว้ไปมา ความชื้นปะปนกับกลิ่นอับและกลิ่นเหม็นอุดอู้ อบอวลอยู่ในห้องสลัวไม่จางหาย
หลินฮ่าวเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก พลางบ่นพึมพำว่า “อากาศร้อนเกินไปแล้ว เฮ้อ เมื่อไรถึงจะได้อยู่ห้องที่มีแอร์สักที!”
พูดจบ เขาก็จุดบุหรี่หลังเสร็จกิจขึ้นมาสูบ
จางเชียนเชียนไม่พูดอะไร พอเห็นบุหรี่ก็ยื่นมือแย่งจากหลินฮ่าวไปสูบสองอึก
“เดี๋ยวสิ สูบช้า ๆ หน่อย เหลือไม่ถึง 2 มวนแล้วนะ” หลินฮ่าวเลียริมฝีปาก เอ่ยอย่างเสียดาย
จางเชียนเชียนค้อนเขา “ดูท่าทางขี้เหนียวของนายสิ”
“ถ้าคิดว่าฉันขี้เหนียว ก็อย่าสูบสิ?”
“ว่าไงนะ หลินฮ่าว นายอยากทะเลาะกับฉันหรือไง?”
“มะ...ไม่ใช่ จะเป็นไปได้ยังไง ฉันแค่ทนชีวิตแบบนี้ไม่ไหวแล้ว เมื่อไรชีวิตลำบากนี่จะจบสักที!”
“ก่อนหน้านี้นายไม่ได้บอกว่าจะตามจีบเสิ่นเวยเวย คุณหนูตระกูลร่ำรวยหรอกเหรอ? ไปถึงไหนแล้ว?”
“เฮ้อ อย่าพูดถึงเลย พูดไปก็ยาว! เด็กที่ตระกูลใหญ่เลี้ยงดูมาไม่เหมือนคนทั่วไปจริง ๆ สรุปสั้น ๆ คือมีเหตุผลเกินไป!
รู้ไหม เธอก็ดูจะพอใจฉันอยู่บ้าง แต่ไม่ได้ตกหลุมรักหัวปักหัวปำไร้สมองอะไรแบบนั้น เธอส่งคนไปสืบประวัติครอบครัวกับนิสัยฉันทันที
รู้ไหมว่าสืบละเอียดขนาดไหน? เรื่องตอนเด็กที่ฉันฉี่เล่นปั้นโคลน เธอยังสืบรู้หมด ไม่ต้องพูดถึงเรื่องระหว่างเราสองคนเลย
คุณหนูดาวเด่นเสิ่นไม่ทำให้ฉันอับอายตั้งแต่แรกก็นับว่าฉันโชคดีแล้ว!”
จางเชียนเชียนถามอย่างไม่อยากเชื่อ “เก่งขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“เฮ้อ อำนาจของคนรวยน่ะ คนธรรมดาอย่างพวกเราไม่มีทางจินตนาการออกหรอก!
แล้วเธอล่ะ? คืบหน้าไปถึงไหนแล้วกับการเอาใจซูอัน?”
“อย่าพูดให้ฟังแย่ขนาดนั้นสิ อะไรคือเอาใจ? เธอไม่ใช่ผู้ชายนะ เธอเป็นเพื่อนสนิทฉัน เข้าใจไหม?”
“ได้ ๆ เธอพูดอะไรก็ถูกหมด แล้วสรุปเป็นยังไงบ้าง เมื่อไรถึงจะลงมือได้?”
“เฮ้อ ฉันก็ซวยเหมือนกัน! ช่วงนี้พ่อแม่เธอเพิ่งเสีย ฉันเลยไม่ได้ติดต่อไป”
หลินฮ่าวชะงัก รีบถามว่า “อะไรนะ? พ่อแม่เธอเสียแล้วเหรอ? ตอนนี้เธอกำลังต้องการความช่วยเหลือที่สุด ทำไมไม่ไปเป็นห่วงเธอล่ะ?”
“ฉันจะไม่รู้ได้ยังไง แต่ฉันกลัวผี นายก็รู้อยู่แล้วนี่” จางเชียนเชียนพูดอย่างจนใจ
“เธอนี่นะ! ลองคิดดูสิ ตอนนี้บ้านเธอเหลือแค่เธอคนเดียว พวกเราไปก็ได้กินฟรีอยู่ฟรี แถมยังได้เปิดแอร์อีก แบบนี้ไม่ดีหรือไง?
อีกอย่าง บนโลกนี้จะมีผีที่ไหน? ถ้ามีจริง พวกคนเลวคงตายกันหมดไปนานแล้ว”
“ที่นายพูดก็มีเหตุผล เดี๋ยวก่อน นายจะไปกับฉันด้วยเหรอ?”
“ใช่สิ มีอะไร?” หลินฮ่าวถามกลับอย่างสงสัย
“เราสองคนเป็นเพื่อนสนิทกัน แล้วนายไปด้วยจะอธิบายยังไง?”
“เรื่องนี้ง่ายนิดเดียว เธอก็บอกว่าฉันเป็นลูกพี่ลูกน้อง ไปช่วยงานไง งานหนักงานเบาในบ้านก็โยนให้ฉันทำให้หมด แค่นี้ก็จบแล้วไม่ใช่เหรอ?
แรงงานฟรี เธอจะว่าอะไรได้? ถึงตอนนั้นฉันอาจได้อยู่ด้วยกันจนเกิดความรัก แล้วสุดท้ายก็ลงเอยกัน ของทุกอย่างของเธอก็จะกลายเป็นทรัพย์สินของฉันไม่ใช่หรือไง?”
“ที่นายพูดก็ถูก เพื่อนสนิทฉันซูอันสวยมากนะ ถือว่านายได้กำไรแล้ว แต่เราตกลงกันก่อนนะ ถึงตอนนั้นส่วนที่ควรเป็นของฉัน ห้ามขาดแม้แต่นิดเดียว ไม่อย่างนั้นฉันไม่ปล่อยนายไว้แน่”
“วางใจเถอะ เราสนิทกันขนาดนี้ ยังต้องพูดอะไรกันอีก? รีบโทรหาเธอเลย ฉันทนอยู่ในที่ซอมซ่อนี่ต่อไปไม่ไหวแล้ว”
“งั้นฉันโทรหาเธอตอนนี้เลย นายห้ามส่งเสียงนะ”
ภายในร้านบุฟเฟต์อาหารทะเล ซูอันหลับตา สูดหายใจลึก ๆ พยายามข่มโทสะที่แทบอยากฆ่าคนให้สงบลง เธอไม่จำเป็นต้องเอาเรื่องเละเทะของชายโฉดหญิงชั่วมาลงโทษตัวเอง
ซูอัน เธอไม่ได้บอกตัวเองตั้งนานแล้วหรือ ว่าชีวิตที่เหลือมีเพียงตัวเธอเอง?
ได้กลับมาใช้ชีวิตอีกครั้ง ก็จงอยู่ให้ห่างจากคนและเรื่องชวนปวดหัว มีเพียงสภาพแวดล้อมที่สบายกับอาหารอร่อยบนโลกนี้เท่านั้นที่ห้ามทำให้ผิดหวัง
และต้องดีกับตัวเอง รักตัวเองให้มาก เธอพลันนึกถึงที่มาของชื่อตัวเอง
ซูอัน ซูอัน พ่อแม่ตั้งชื่อนี้เพราะหวังให้เธอมีชีวิตสงบสุขและเบิกบาน
ตอนเธอเกิด ร่างกายอ่อนแอ พ่อแม่จึงตั้งชื่อนี้ให้เป็นพิเศษ ขอเพียงให้เธอใช้ชีวิตอย่างสงบสุขราบรื่นตลอดไป
โทสะในใจค่อย ๆ มอดลง พอเหลือบมองชื่อบนหน้าจอโทรศัพท์ เธอก็รับมือกับมันได้อย่างสงบแล้ว
ก่อนเสียงเรียกเข้าจะตัดไปเพียงวินาทีสุดท้าย เธอก็กดรับสาย เอ่ยเรียบ ๆ ว่า “เชียนเชียน มีอะไรเหรอ?”
“อา ซูอัน ฉันเป็นห่วงเธอนะ ได้ยินว่าที่บ้านเธอเกิดเรื่อง ฉันกำลังไปหาเดี๋ยวนี้ ไม่ต้องกังวลนะ”
พูดจบ จางเชียนเชียนก็ตัดสายทันทีโดยไม่รอให้ซูอันตอบ
ซูอันแค่นหัวเราะ ในชาติก่อนก็เป็นแบบนี้ จางเชียนเชียนไม่เคยสนใจว่าเธอเต็มใจหรือไม่ แล้วก็ย้ายมาอยู่บ้านเธอกับชายโฉดอย่างหลินฮ่าว
ในเมื่ออยากมาก็มาเถอะ คืนนี้เธอจะไม่กลับ ปล่อยให้สองคนนั้นเป็นอาหารยุงอยู่ตรงโถงทางเดินก็แล้วกัน
ราวกับนึกอะไรขึ้นได้ เธอยิ้มเจ้าเล่ห์ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปอาหารหลายภาพ แล้วโยนโทรศัพท์ไว้ข้าง ๆ อย่างไม่ใส่ใจอีก
จากนั้นเธอก็ตั้งใจกินอาหารตรงหน้าอย่างเต็มที่
รสชาติสดใหม่ร้อนกรุ่นของอาหารบนโลกนี้ สำหรับซูอันที่เพิ่งดิ้นรนเอาชีวิตรอดกลับมาจากวันสิ้นโลก ล้ำค่ายิ่งกว่าสมบัติใดในโลก
ในวันสิ้นโลก แม้แต่ขนมแมลงขึ้นราที่มีขนงอกก็ยังต้องแย่งกันแทบตาย ไม่ต้องพูดถึงอาหารทะเลสดอวบอ้วนแบบนี้
ปลายจมูกพลันแสบขึ้นมา ขอบตาร้อนผ่าว เธอฝืนกลั้นน้ำตาที่ใกล้ร่วง ก้มหน้าตักอาหารเข้าปากคำโต
หม้อนึ่งเดือดปุด ๆ มานานแล้ว เธอเปิดฝา ไอร้อนลวกพุ่งเข้าปะทะใบหน้า
กุ้งล็อบสเตอร์ตัวเล็กทั้งตัวมีสีแดงสดน่ากิน เนื้อแน่นเด้งสู้ฟัน มันกุ้งเข้มข้นเคลือบริมฝีปาก ส่วนไข่หอยเม่นสีทองอวบอิ่ม เนื้อนุ่มละมุนราวไขมัน พอเข้าปาก รสชาติอร่อยสดหวานก็ทำให้ทั่วร่างผ่อนคลายลงหลายส่วน
เธอไม่เกรงใจแม้แต่น้อย ถือจานเดินเลือกอาหารไปมาระหว่างโต๊ะจัดวางอาหาร ดวงตาเป็นประกายอย่างน่าตกใจ
แซลมอนหั่นหนาบนถาดน้ำแข็งมีลายมันแทรกสวยงามชัดเจน เธอคีบมาเกินครึ่งจานทันที กุ้งหวานกับกุ้งมังกรญี่ปุ่นกองพูนเป็นภูเขาในจาน เธอแกะเปลือกอย่างรวดเร็ว กินทีละตัว ทั้งไวทั้งเอร็ดอร่อย
หอยนางรมตัวใหญ่ที่เพิ่งแกะสด ๆ ฉ่ำนุ่ม ราดน้ำมะนาวลงไปสองสามหยด เธอกินทีละตัวติดกัน 3-4 ตัวถึงยอมหยุด
หอยเชลล์ตัวใหญ่กับหอยเป๋าฮื้อสด ๆ ที่อยู่ข้างกัน เธอก็ไม่ออมมือ ตักใส่หม้อไฟใบเล็กไปลวกจนหมด จิ้มซอสกระเทียมแล้วกินจนมุมปากมันเยิ้ม
เธอไม่พลาดโซนปิ้งย่างด้วย
เนื้อแกะเสียบไม้กับเนื้อวัวติดมันเสียบไม้ที่เพิ่งย่างส่งเสียงฉ่า น้ำมันหยดและกลิ่นหอมไหม้ลอยฟุ้ง เธอถือไว้มือข้างละไม้ กินสลับกันอย่างจุใจจนหรี่ตาลง
ยังมีล็อบสเตอร์ตัวใหญ่ย่างชีสกับล็อบสเตอร์ตัวเล็กนึ่งวุ้นเส้นกระเทียม กลิ่นหอมเข้มข้นลอยมาเตะจมูก เธอถือจานเดินเลือกอาหารไปตลอดทาง คนที่ยืนรอหยิบอาหารอยู่ข้าง ๆ เห็นท่าทางของเธอแล้วต่างก็แอบถอยห่าง แต่ก็อดจ้องตอนเธอกินไม่ได้ แต่ละคนกลืนน้ำลายเงียบ ๆ
แม้แต่พ่อครัวปิ้งย่างที่เดินผ่านมายังตะลึง ในใจแอบพึมพำว่า ผู้หญิงคนนี้ดูผอมสวยแท้ ๆ แต่กินเก่งเอาเรื่อง แถมยังกินได้น่าอร่อยขนาดนี้ จนฉันอยากย่างเพิ่มอีกสักสองไม้แล้วชิมดูเลย
