005 ลานโศกของวิญญาณเร่ร่อน
เห็นว่าหลอกผีชราจากราชวงศ์ชิงไม่สำเร็จ ผีแว่นก็ไม่โกรธ กลับเยาะเย้ยว่า “ไอ้ผีแก่ไม่ได้เรื่อง ขี้ขลาดปอดแหกแบบนี้ สมควรแล้วที่ต้องทนทุกข์มาหลายร้อยปี ทั้งมือเท้าและหน้าอกยังโดนภัยสามประการพิษห้าชนิดเล่นงานจนยับเยิน”
“ข้าขอสาปให้หลังสิ้นอายุขัยในปรโลก เจ้าไปเกิดเป็นหมูเป็นหมา!”
ผีชราจากราชวงศ์ชิงโมโหจนได้แต่ส่งเสียงฮึดฮัดอยู่ตรงนั้น
ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังไม่กล้าปะทะกับผีแว่นซึ่งหน้า
“ถุย! พวกไร้ความสามารถเอ๊ย! พวกเศษสวะอย่างพวกเจ้า ไสหัวไปให้พ้น!”
ผีร้ายร่างอ้วนคนหนึ่งก้าวออกมา แม้ก้นจะเหลืออยู่แค่ซีกเดียว แต่แขนขากลับยังครบถ้วน ไอผีของมันเข้มข้นกว่าวิญญาณทั่วไปมาก
มันมองเหล่าวิญญาณเร่ร่อนรอบตัวด้วยสายตาดูแคลน “พวกขี้ขลาด! อยากหลบภัยสามประการพิษห้าชนิดในกระท่อม แต่กลับมัวแต่ยึกยัก ไม่กล้าเข้าไปสักที เป็นผีแล้วยังเป็นได้แค่ผีไร้ค่า!”
“ข้าจะบอกให้ กระท่อมพัง ๆ หลังนี้คุ้มครองได้มากสุดแค่ผีสองตน ไม่ให้ต้องเผชิญภัยสามประการพิษห้าชนิด”
มันประกาศเสียงดัง น้ำเสียงเต็มไปด้วยอำนาจที่ไม่มีใครกล้ากังขา
“ข้า ผีหูใหญ่ จะเข้าไปเดี๋ยวนี้ ใครกล้าพอก็เข้ามากับข้า!”
“โอกาสมีแค่ครั้งเดียว ถ้าตอนนี้ไม่มีใครตามมา พอข้าเข้าไปอยู่แล้ว พวกเจ้าก็จะไม่มีโอกาสครั้งที่สองอีก”
มันประกาศจบก็เริ่มนับถอยหลัง “ข้าจะนับถึงสาม ใครอยากร่วมวงก็ตัดสินใจเสียตอนนี้”
สิ้นเสียง ผีหูใหญ่ก็เริ่มนับถอยหลังต่อหน้าทุกตน
เมื่อเห็นผีหูใหญ่เป็นผู้นำ ผีหลายตนก็เริ่มลังเล ก่อนจะทยอยก้าวออกมาแสดงความจำนงว่าอยากเข้าร่วม
แต่ที่นั่งมีจำกัด สุดท้ายผีหูใหญ่เลือกผีหญิงตนหนึ่งเป็นคู่หู นางมีผมยาวสลวย ใบหน้าและรูปร่างยังพอดูเป็นปกติ
อย่างไรเสีย หากยึดกระท่อมได้จริง บ้านหลังเดียวก็ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้ถึงสองผี เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่ง
“น้องสาว วางใจเถอะ ตามพี่ผีหูใหญ่มา ขอแค่ปรนนิบัติพี่ให้ดี ต่อไปก็ไม่ต้องกลัวภัยสามประการพิษห้าชนิดอีกแล้ว”
“บ้านหลังนี้เราสองคนจะใช้ร่วมกัน”
ผีหูใหญ่พูดพลางยื่นมือผีไปตบก้นนางอย่างแรง จนผีหญิงส่งเสียงครางหวาน
แต่ผีหูใหญ่ไม่ใช่คนดีอะไร มันไม่ได้แค่คิดฉวยโอกาสกับนางเท่านั้น ฝ่ามือเมื่อครู่นี้ยังลงแรงเต็มกำลังอีกด้วย
“เพี๊ยะ!” ผีหญิงร้องลั่น ร่างถูกตบจนกระเด็นเข้าไปในกระท่อม
ผีหญิงที่ถูกตบกระเด็นเข้ามาหน้าซีดเผือดทันที นางดิ้นรนพยายามหนีออกจากกระท่อม
แต่เมื่อคลานตะเกียกตะกายใกล้ถึงประตู กลับพบว่าภายในกระท่อมยังคงเงียบสนิท มีเพียงหมวกกันน็อกมอเตอร์ไซค์หน้าตาประหลาดใบหนึ่งวางอยู่บนพื้น
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น!
ผีชราเจียงหยุนที่ดุร้ายที่สุดในที่แห่งนี้จากไปจริง ๆ หรือ?
ผีหญิงรู้สึกโล่งใจขึ้นเล็กน้อย พลางครุ่นคิดด้วยความสงสัย
ด้านนอกกระท่อม ผีหูใหญ่กับเหล่าวิญญาณเร่ร่อนกำลังจ้องทุกความเคลื่อนไหวภายในอย่างใจจดใจจ่อ
เมื่อเห็นว่าผีหญิงถูกตบเข้าไปแล้วไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้น เหล่าวิญญาณเร่ร่อนก็พากันตื่นเต้น ส่งเสียงร้องโหยหวนไม่หยุด
ชั่วขณะนั้น ผีเร่ร่อนนับไม่ถ้วนต่างอยากพุ่งเข้าไปในกระท่อม
“รนหาที่ตาย!”
ผีหูใหญ่ตวาด “กระท่อมหลังนี้เป็นของข้า ใครหน้าไหนกล้าแย่งกับข้า!”
ผีหูใหญ่เป็นหนึ่งในผีร้ายที่ดุร้ายที่สุดในแถบนี้ เมื่อเห็นว่าผีชราเจียงหยุนดูเหมือนจะจากไปจริง ๆ มันก็ปลดปล่อยไอผีทั้งหมดออกมาทันที อ้าปากกัดหัวผีลิ้นยาวขาดกระเด็น
พร้อมกันนั้น มันก็ล้วงมือทั้งสองข้างควักอกผีเร่ร่อนสองตนจนแหลก
หูใหญ่ทั้งสองข้างของมันขยายยาวรับลม กวาดออกไปราวกับงูผีสองตัว แทงทะลุผีเร่ร่อนที่อยู่ใกล้ที่สุดเจ็ดแปดตน สังหารผีเร่ร่อนไปถึงสิบเอ็ดตนในพริบตา
เมื่อผีถูกผีฆ่า วิญญาณจะสลายไปจริง ๆ ไม่มีวันได้ผุดได้เกิดอีก
ยิ่งไปกว่านั้น พวกมันล้วนเป็นวิญญาณเร่ร่อน ต่างจากพลเมืองผีที่ถูกกฎหมายซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านผี เมืองผี และนครผี คนเหล่านั้นได้รับการคุ้มครองจากทหารยมโลก
ต่อให้ถูกผีฆ่าตายจริง ๆ ก็ไม่มีผีตนไหนออกหน้าแทนพวกมัน
ความดุร้ายที่ผีหูใหญ่เผยออกมาอย่างกะทันหันทำให้ฝูงผีตกใจจนรีบถอยหนี ไม่กล้าเข้าใกล้อีกโดยง่าย
“พวกไร้ค่า ยังรู้จักเจียมตัว!”
มันหัวเราะอย่างได้ใจ ก่อนกลับคืนสู่รูปร่างปกติ แล้วเดินอาด ๆ เข้าไปในกระท่อม
แม้ผีหญิงในกระท่อมจะรู้ว่าผีหูใหญ่ไม่ใช่คนดี แถมเมื่อครู่ยังตบส่งนางเข้ามาเป็นหนูทดลอง
แต่ตอนนี้นางก็จำต้องฝืนยิ้ม ต้อนรับอย่างเอาอกเอาใจ ก่อนแนบกายเข้าหาผีหูใหญ่ หวังให้อีกฝ่ายยอมให้นางอยู่ข้างใน
เห็นผีหญิงว่านอนสอนง่าย ผีหูใหญ่แม้จะเป็นเพียงผี แต่เมื่อนึกถึงหนังเรื่องหนึ่งที่เคยดูตอนมีชีวิตอยู่ มันก็ถ่างขาทั้งสองข้างแล้วพูดกับนางด้วยน้ำเสียงประหลาด
“นายท่าน ตอนนี้ข้างล่างกำลังร้อนรุ่มอย่างหนัก”
ผีหญิงชะงัก ดวงตาผีฉายแววลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่นานก็กลับมายิ้มยั่วยวน เตรียมรวบผมแล้วคุกเข่าลงตรงนั้น
เห็นผีหญิงเชื่อฟังและรู้ความ ผีหูใหญ่ก็ยิ่งยิ้มกว้าง
ทว่า รอยยิ้มบนใบหน้าของมันอยู่ได้ไม่ถึง 3 วินาที ก็แข็งค้างทันที ดวงตาผีเบิกกว้าง ใบหน้าเปลี่ยนเป็นหวาดกลัวสุดขีด
ผีหญิงที่กำลังจะช่วยดับไฟให้ผีหูใหญ่ยังไม่ทันเริ่ม และยังไม่ทันตั้งตัว ก็ถูกผีหูใหญ่ถีบกระเด็นไปด้านหลัง
ส่วนผีหูใหญ่เองก็ทำท่าราวกับเห็นราชันผี ไม่แม้แต่จะสวมกางเกง หันหลังเตรียมหนีออกไปทันที
“กระท่อมของข้า เจียงหยุน ตั้งแต่เมื่อไรถึงกลายเป็นที่ที่แมวหมาและผีสางตนไหนก็กล้าเข้ามาได้?”
เสียงผีเย็นเยียบราวกับมาจากห้วงลึกดังก้องออกไปราวสายฟ้า
ร่างของเจียงหยุนที่หายตัวไปนาน ปรากฏขึ้นกลางกระท่อมอย่างไร้ที่มา ใบหน้าเย็นชาดุจน้ำค้างแข็ง
ผีหูใหญ่ที่ก่อนหน้านี้ยโสโอหังและเพิ่งหนีไปถึงหน้าประตูพลันสั่นสะท้านไปทั้งตัว
“พรวด!”
มือผีเรียวยาวดุจงูแทงทะลุแผ่นหลังของมัน แล้วโผล่ออกมาจากอก
มือข้างนั้นยังควักหัวใจผีของผีหูใหญ่ออกมาด้วย
“อย่า... อย่าฆ่าข้า ไว้... ไว้ชีวิตผีอย่างข้าด้วย ข้าไม่กล้าอีกแล้ว...”
แต่ผีหูใหญ่ยังพูดขอชีวิตไม่ทันจบ
เจียงหยุนก็บีบหัวใจผีของมันจนแหลกคามือ
ไอผีของผีหูใหญ่ระเบิดกระจาย ร่างผีแปรเปลี่ยนเป็นควันจาง ๆ และหายไปตลอดกาล
ส่วนผีหญิงในกระท่อม เมื่อเห็นเจียงหยุนปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันและสังหารผีหูใหญ่ได้ในพริบตา ก็หวาดกลัวจนหมดแรง ล้มคว่ำลงกับพื้น ดวงตาผีเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและไม่สบายใจอย่างสุดขีด
นางรีบก้มศีรษะโขกพื้นคำนับเจียงหยุนอย่างแรง “นายท่าน ข้าถูกบังคับ ผีหูใหญ่บังคับให้ข้าเข้ามา!”
“โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย ข้าจะรีบไสหัวไปเดี๋ยวนี้ ยอมเป็นวัวเป็นม้าให้ท่าน...”
ทว่าเจียงหยุนมองผีหญิงที่กำลังโขกศีรษะขอชีวิตด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาดึงมือยาวกลับ ก่อนคว้าศีรษะนางแล้วบีบ
“ตูม!” ศีรษะผีหญิงระเบิด ไอผีทั่วร่างรั่วไหล นางมีชะตากรรมไม่ต่างจากผีหูใหญ่
หลังใช้ชีวิตเป็นผีในยมโลกมาร้อยกว่าปี เจียงหยุนเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า นอกจากต้องมีเงินและพลังแล้ว ยังห้ามมีความเมตตาแม้แต่น้อย หากไม่ฆ่าผี ก็ต้องถูกผีฆ่า
ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยตระหนักถึงเรื่องนี้ จึงถูกผีคุ้นหน้าหลอกจนตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ หลังจากลูกหลานในโลกมนุษย์เลิกจุดธูปเผากระดาษเงินกระดาษทองให้
ต้องรู้ว่า ตอนนั้นเขาเป็นถึงวิญญาณหยินระดับสูง ขาดอีกเพียงก้าวเดียวก็จะได้บรรจุเข้ารับราชการในยมโลก เป็นยมทูตอย่างเป็นทางการ!
นอกกระท่อม เหล่าวิญญาณเร่ร่อนเห็นภาพนั้นเข้าก็หวาดกลัวจนพากันหลบไปไกล
ชั่วพริบตา บริเวณรอบกระท่อมในรัศมี 50 เมตรก็เงียบสนิท
ไม่มีเงาของวิญญาณเร่ร่อนให้เห็นอีก
อย่างไรก็ตาม แม้วิญญาณเร่ร่อนที่ไม่มีที่ไปเหล่านี้จะตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ แต่ก็ยังไม่กล้าหนีไปจากที่นี่เสียทีเดียว
เพราะในยมโลก ขอเพียงอยู่ใกล้อาคาร ต่อให้อาคารจะพังแค่ไหนก็ยังได้รับการคุ้มครองจากพลังแห่งกฎพิเศษ เมื่อภัยสามประการพิษห้าชนิดมาเยือน หากอยู่ใกล้ที่พัก วิญญาณเร่ร่อนเหล่านี้แม้ต้องทนทุกข์จากภัยสามประการพิษห้าชนิด ก็ยังเหลือโอกาสรอดริบหรี่
แต่หากจากที่นี่ไปจริง ๆ พวกมันก็ไม่มีทางรอดอย่างแน่นอน
ชะตากรรมของวิญญาณเร่ร่อนในยมโลกช่างน่าเวทนาเหลือเกิน!
