เมียชาวบ้านผู้หลงใหลการพนัน ชะตาหญิงงาม

ตอนที่ 1 แพ้จนตาแดงก่ำ

6 นาที· 1.4K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

เว่ยหงเสียตบแบงก์สิบหยวนใบสุดท้ายลงบนโต๊ะ มือเริ่มสั่นไปหมดแล้ว

ไม่ใช่เพราะเสียดาย

แต่เป็นอาการเสพติด

เสียงไพ่นกกระจอกกระทบกันดังเคร้งคร้าง หวังเหล่าซานใช้มือที่เหลืองกร้านจากควันบุหรี่คราดกองไพ่ ดวงตากลับเหลือบมองเข้าไปในคอเสื้อของเว่ยหงเสียตลอดเวลา

เว่ยหงเสียไม่ได้สนใจ หรือพูดอีกอย่าง สิ่งที่เธอสนใจคืออีกเรื่องหนึ่ง ตานี้ถ้าแพ้อีก เธอจะหมดตัวจริง ๆ แล้ว

“หงเสีย จะเล่นต่อไหม?” หลีเจี่ยจื่อยิ้มเบี้ยวปาก เผยฟันเหลืองดำเต็มปาก “แกแพ้ไปสองร้อยกว่าแล้วนะ”

“เล่น” เว่ยหงเสียขยี้ก้นบุหรี่ดับตรงขอบโต๊ะ “เชื่อไว้ก่อน”

ผู้ชายสามคนเงยหน้าขึ้นมองเธอพร้อมกัน แววตาแฝงบางอย่างที่เว่ยหงเสียคุ้นเคยเป็นอย่างดี

หวังเหล่าซานเรียงไพ่เอื่อย ๆ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “เชื่อก็ได้ แต่จะเอาอะไรมาค้ำ?”

เว่ยหงเสียไม่ตอบ ปลายนิ้วเคาะโต๊ะเร่งให้เขาลงไพ่ วันนี้เธอสวมเสื้อเชิ้ตลายดอกไม้คอเปิดเล็กน้อย ตัวเดียวกับที่สามีหลิวผิงขุยส่งมาจากในเมืองเมื่อปีก่อน

เป็นสาววัยสามสิบแปดแล้ว ถือเป็นหญิงรุ่นใหญ่ของหมู่บ้านเลย แต่หน้าตาของเว่ยหงเสียก็ยังใช้ได้ ขาวสะอาดสะอ้าน ดวงตาคู่เซ็กซี่คู่นั้นไม่ว่ามองใครก็เหมือนส่งเสน่ห์

พวกผู้ชายในหมู่บ้านก็ชอบแบบนี้

เล่นไปอีกสามรอบ ดวงของเว่ยหงเสียก็ยังไม่ดีขึ้น

หวังเหล่าซานทิ้งห้าตง เธอลังเลอยู่นานไม่กล้าจั่ว จนเจ้าเสียงหรือผู้เล่นคนถัดไปจั่วมือปิดได้

เจ้าเสียงผลักไพ่ลง ยิ้มกว้าง “ไพ่ตายแล้ว ชุดสีเดียว คูณสาม พี่หงเสีย บัญชีแกเพิ่มมาอีกแปดสิบหกแล้วนะ”

เว่ยหงเสียขว้างไพ่ในมือลงกอง เอนหลังพิงเก้าอี้ มันส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด

“เท่าไหร่แล้ว?”

“รวมทั้งหมดสี่ร้อยสาม” หวังเหล่าซานคิดเลขเร็วกว่าใคร “ถ้าแกคืนวันนี้ไม่ได้ ดอกเบี้ยก็จะทบต้นแล้วนะ”

ในห้องเงียบไปชั่วขณะ หลอดไฟสีส้มส่องหน้าคนทั้งสี่ ใบหน้าชายสามคนเขียนถึงการรอคอยที่รู้กันดี

เว่ยหงเสียล้วงบุหรี่ออกมาจุด สูดลึก ควันลอยออกจากจมูก ปกปิดคิ้วและตาเธอจนเลือนราง

ในใจเธอรู้แก่ใจดี

สี่ร้อยสาม ในหมู่บ้านบนเขาที่รายได้เฉลี่ยต่อวันไม่ถึงห้าสิบหยวน ถือว่าเป็นเงินก้อนใหญ่

เดือนก่อนหลิวผิงขุยส่งมาให้หนึ่งพันแปด เธอผลาญหมดไปกว่าครึ่งในไม่กี่วัน ที่เหลืออัดอยู่ใต้หมอน นั่นเก็บไว้ซื้อปุ๋ยกับข้าวสาร ไม่สามารถแตะได้

แต่ตอนนี้มือของเธอคันจนทนไม่ไหว รู้สึกเหมือนมีมดไต่ทั่วตัว คนที่เสียเงินย่อมไม่มีใครไม่อยากล้างตา เว่ยหงเสียยิ่งไม่ใช่คนที่จะยอมซม

“หวังเหล่าซาน” เธอคาบบุหรี่ไว้ที่นิ้ว เหล่ตามองเขา “เมียแกวันนี้ไม่อยู่บ้านใช่ไหม?”

ตาของหวังเหล่าซานเป็นประกายทันที

หลีเจี่ยจื่อกับเจ้าเสียงเหลือบมองหน้ากัน คนหนึ่งเบะปาก อีกคนแสยะยิ้ม

เรื่องแบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เดือนก่อนเว่ยหงเสียแพ้หวังเหล่าซานสามร้อย กลางดึกก็ไปที่บ้านเขา วันรุ่งขึ้นบัญชีก็ถูกยกเลิก

เดือนก่อนหน้านั้นก็หลีเจี่ยจื่อ เดือนก่อนนั้นก็เจ้าเสียง บางครั้งก็ทั้งสองคนพร้อมกัน

คนในหมู่บ้านไม่ได้ตาบอดหรอก ข่าวลือหนาหูสะพัดไปทั่วนานแล้ว บางคนลับหลังเรียกเธอว่า “รถเมล์สาธารณะ” บางคนเรียก “เจ้าแม่กวนอิมเป็น ๆ” หมายความว่าใครจะกราบไหว้ก็ได้

เว่ยหงเสียไม่แคร์ หรือพูดอีกอย่าง เธอชินเสียแล้วกับการอุดรูรั่วด้วยวิธีนี้

ทำนา? เหนื่อยเกิน

ปลูกผัก? ลำบากเกิน

ทำกับข้าวซักผ้าปรนนิบัติผู้ชาย? เธอเพิ่งแต่งงานมาช่วงสองปีแรกก็ทำ แต่ต่อมาก็ค้นพบว่ามีความสามารถอย่างหนึ่งที่ทำเงินได้เร็วกว่างานพวกนี้ทั้งหมด

เพียงแต่เธอไม่เคยยอมรับหรอกว่ามันคือความสามารถ

“ไปบ้านฉันก็ได้” หวังเหล่าซานลุกขึ้น เข็มขัดกางเกงเลื่อนลงเล็กน้อย “แต่คืนนี้แค่สี่ร้อยสามไม่ได้”

เปลือกตาของเว่ยหงเสียกระตุก “แกจะเอายังไง?”

“คราวก่อนแกติดฉันสามร้อย แกก็แค่หลอกฉันทีเดียว คราวนี้สี่ร้อยสาม ยังไงก็ต้องสองครั้ง” หวังเหล่าซานงอนิ้วนับ “ไม่งั้นแบบนี้ ครั้งละสองร้อย แกอยู่กับฉันเพิ่มอีกคืน ฉันจะทอนให้แกสามสิบ”

“หวังเหล่าซาน มึงนี่คิดบัญชีเก่งจริง ๆ” หลีเจี่ยจื่อหัวเราะอยู่ข้าง ๆ “คราวก่อนหงเสียอยู่กับฉันก็ไม่เห็นแพงเท่า หนึ่งร้อยห้าสิบครั้งเดียว ราคามิตรภาพ”

เจ้าเสียงเป็นคนไม่ค่อยพูด สูบบุหรี่เงียบ ๆ แต่สายตาไม่เคยละจากเอวของเว่ยหงเสีย

เอวนั่นเล็กจริง ๆ มีลูกแล้วก็ไม่เปลี่ยนไป เด็กเรียนอยู่ในเมือง บางเดือนก็ไม่กลับบ้านสักครั้ง บ้านอิฐสามห้องว่างเปล่า มีแต่เว่ยหงเสียอยู่คนเดียวตลอดทั้งปี

เว่ยหงเสียทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้น ใช้ปลายรองเท้าขยี้ไฟให้ดับ

เธอลุกขึ้น หยิบกระเป๋าสตางค์บนโต๊ะ ในนั้นมีแต่เหรียญไม่กี่เหรียญส่งเสียงดังกริ๊ง ๆ เธอมองหวังเหล่าซานแวบหนึ่ง แล้วมองเจ้าเสียงกับหลีเจี่ยจื่ออีกแวบหนึ่ง จู่ ๆ ก็ยิ้มออกมา

รอยยิ้มนั่นภายใต้แสงไฟสลัวดูน่าขนลุกเล็กน้อย มุมปากยกขึ้น แต่ดวงตาไร้รอยยิ้ม

“สี่ร้อยสาม” เธอพูดช้า ๆ “พวกแกสามคนลองประมูลดู ดูสิว่าใครจะรับได้”

หลีเจี่ยจื่อตะลึง “หมายความว่าไง?”

“แปลว่า—” เว่ยหงเสียปลดกระดุมเม็ดบนสุดของเสื้อเชิ้ต เผยผิวขาวเนียนใต้กระดูกไหปลาร้า “ใครให้ราคาดีสุด คืนนี้ฉันไปด้วย ที่เหลือไว้จัดการทีหลัง”

ชายสามคนเงียบกริบพร้อมกัน

บรรยากาศเหมือนถูกดูดออกไปครึ่งหนึ่ง หลอดไฟกระพริบวาบหนึ่ง เงาบนกำแพงก็พลิ้วไหวตาม

หวังเหล่าซานกลืนน้ำลาย เจ้าเสียงขยี้บุหรี่ดับ หลีเจี่ยจื่อใช้นิ้วเคาะโต๊ะสามครั้ง

คนแรกที่ปริปากคือเจ้าเสียง

“ฉันให้สองร้อย คืนนี้ครั้งเดียว ไม่เอาหลาย” เสียงเขาทุ้มเหมือนดังมาจากในตุ่ม “สองร้อยสามที่ค้างไว้ก่อน ไว้คราวหน้าว่ากัน”

“ฉันให้สองร้อยห้าสิบ” หลีเจี่ยจื่อรีบพูดแทรก “หงเสีย คราวก่อนแกปรนนิบัติได้ดี ฉันยังคิดถึงอยู่เลย”

หวังเหล่าซานสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย สุดท้ายกัดฟันพูด “สามร้อย คืนนี้แกมากับฉัน ทำครั้งเดียว หนี้สี่ร้อยสามก็แล้วกันไป ฉันจะทอนให้แกอีกสามสิบซื้อบุหรี่”

เว่ยหงเสียก้มมองกระดุมที่เพิ่งปลดออก จู่ ๆ ก็รู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมานิด ๆ

ไม่ใช่คลื่นไส้ผู้ชายสามคนนี้ แต่คลื่นไส้ตัวเอง เพราะเธอกำลังเปรียบเทียบอย่างจริงจังว่าใครให้ราคาสูงกว่ากัน

สามร้อยหยวน

แพงกว่าไก่บ้านตัวหนึ่ง ถูกกว่าลูกหมูตัวหนึ่ง พอให้เธอเล่นไพ่ได้สามวัน ถ้าดวงดีนะ

“ตกลง” เธอติดกระดุมกลับเข้าไปใหม่ หยิบกระเป๋าสตางค์แล้วเดินไปที่ประตู “หวังเหล่าซานแกกลับไปก่อน ฉันไปอาบน้ำแล้วจะตามไป”

หวังเหล่าซานยิ้มตาหยีแล้วลุกขึ้น ก่อนเดินไปตบไหล่หลีเจี่ยจื่อ “ขอโทษนะเพื่อน คราวหน้าให้แกเลือกก่อน”

หลีเจี่ยจื่อถ่มน้ำลายใส่ เจ้าเสียงสีหน้าเรียบเฉยเก็บไพ่นกกระจอกบนโต๊ะ

ตอนที่เว่ยหงเสียเดินออกจากห้องโถงบ้านของเจ้าเสียง พระจันทร์ข้างนอกสว่างมาก ส่องพื้นเหมือนทาไว้ด้วยน้ำค้างแข็ง

สายลมยามค่ำพัดเข้าคอเสื้อเชิ้ต เธอสั่นสะท้าน

สุดปลายถนนดินตรงปากหมู่บ้าน เป็นทิศทางที่หลิวผิงขุยเดินจากไปตอนออกไปทำงานต่างถิ่น

เธอยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ในหัวไม่มีอะไรเลย หรืออาจจะมีเยอะแยะ แต่สุดท้ายก็ถูกเสียงกระทบกันของไพ่บนโต๊ะดังเคร้งคร้างกลบหมด

เว่ยหงเสียยกเท้าเดินกลับบ้าน เดินผ่านต้นหลุมเก่าแก่ตรงปากหมู่บ้าน แมวดำตัวหนึ่งใต้ต้นไม้กระโจนผ่านไป ดวงตาสีเขียววาววับในความมืด

เธอพลันนึกถึงท่าทางของหลิวผิงขุยตอนกลับมาครั้งก่อนอย่างไม่มีสาเหตุ

เขาผอมลง ดำขึ้น มือเต็มไปด้วยหนังด้านและรอยแตก ตอนยื่นเงินปึกหนึ่งให้เธอ ข้อนิ้วก็งอ เหยียดไม่ตรง

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com
ดันขึ้นเพื่อไปตอนถัดไป