“โจวหลาน?”
เสิ่นเยว่ทบทวนความทรงจำอยู่ครู่หนึ่ง
จากนั้นก็พบชื่อนี้ในกลุ่มคนไม่กี่คนท้ายสุดของกระดานจัดอันดับ
เห็นได้ชัดว่าเด็กสาวคนนี้แทบไม่มีพลังต่อสู้เลย
ถ้าเป็นอย่างนั้น การที่เธอได้เศษเสี้ยวจิตเทพมาก็คงไม่ใช่เรื่องดี
คิดได้ดังนั้น เสิ่นเยว่ก็หันไปมองหวังเถี่ยจู้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“พี่หวัง เราต้องรีบหาโจวหลานให้เจอ”
หวังเถี่ยจู้เข้าใจความหมายของเสิ่นเยว่ จึงพยักหน้าแล้วถามว่า “ได้ จะไปทางไหนก่อน?”
“พี่หวังมาจากทางไหน?”
เสิ่นเยว่ถาม
“ทางนั้น” หวังเถี่ยจู้ชี้บอกทิศ
“ตกลง งั้นพี่ไปทางนั้น ส่วนฉันไปทางนี้!”
เสิ่นเยว่กล่าว
“นี่... สหายเสิ่นเยว่ หมายความว่าเราจะแยกกันไปเหรอ?” หวังเถี่ยจู้มีท่าทีลังเล
เขารับปากผู้กำกับฉินไว้แล้วว่าจะคุ้มครองความปลอดภัยของเสิ่นเยว่
“พี่หวังก็เห็นฝีมือฉันแล้วนี่ คนทั่วไปไม่มีทางสู้ฉันได้ ต่อให้เจอรุมโจมตีจริง ๆ ด้วยความเร็วของฉัน ถ้าจะหนีก็ไม่มีใครตามทัน”
ตอนเสิ่นเยว่พูดเช่นนี้ เธอไม่ได้ถ่อมตัวแม้แต่น้อย และก็ไม่มีความจำเป็นต้องถ่อมตัวด้วย
หวังเถี่ยจู้พยักหน้า “ที่เธอพูดก็ถูก”
เขาเห็นความเร็วของเสิ่นเยว่กับตาตัวเอง ยิ่งตอนนี้เธอแข็งแกร่งขึ้น ความเร็วของเธอก็คงเพิ่มขึ้นด้วย
“เอาตามนี้ อย่าเสียเวลาเลย ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าดินแดนลับกว้างแค่ไหน งั้นวันที่เจ็ดเราค่อยกลับมาเจอกันที่จุดนัดพบ”
