ลี่เฉิงยวนให้ลู่เฉินรอ เขาไปเอาแปรงสีฟันของซูหรานหราน
พอเดินไปถึงห้องน้ำ ก็เห็นซูหรานหรานกำลังเก็บข้าวของของเธอพอดี แม้แต่แปรงสีฟันกับหวีก็เก็บใส่ถุง
ลี่เฉิงยวนยืนอยู่ข้าง ๆ พยายามข่มอารมณ์เกรี้ยวกราดและหุนหันพลันแล่น ถามเธอเสียงเย็น
“ดึกดื่นป่านนี้จะไปแล้วเหรอ”
ซูหรานหรานไม่แม้แต่จะหันมามองเขา “ฉันไปพักโรงแรม”
“ไปโรงแรมต้องใช้ของพวกนี้ด้วยเหรอ”
“ฉันก็แค่ชอบใช้ของของตัวเอง”
ซูหรานหรานเดินเลี่ยงเขา ไปที่ห้องแต่งตัวอีก
ท่าทีของเธอ บวกกับคำพูดของลู่เฉินเมื่อครู่ ทำให้ลี่เฉิงยวนรู้สึกราวกับหัวใจถูกของมีคมทิ่มแทง
รสชาติมันทั้งขมขื่นทั้งอึดอัด
ลี่เฉิงยวนตามไปห้องแต่งตัว
เห็นซูหรานหรานเตรียมตัวเป็นครั้งสุดท้าย กำลังจะไปจริง ๆ แล้ว
เขาก้าวเข้าไปคว้าข้อมือซูหรานหราน กระชากเธอให้ไปอิงกับบานตู้เสื้อผ้า รูปร่างสูงใหญ่โอบล้อมร่างบอบบางของเธอไว้อย่างง่ายดาย
ลี่เฉิงยวนจ้องเขม็งลงมาที่เธอด้วยแววตาเย็นชา ราวกับจะเชือดเฉือน
“ซูหรานหราน เธอมีใครอยู่ข้างนอกหรือเปล่า”
ซูหรานหรานตัวเล็กกระจ้อยร่อยต่อหน้าลี่เฉิงยวน
ที่จริงเธอก็สูง 168 เซนติเมตร
แต่เมื่อยืนต่อหน้าลี่เฉิงยวนที่สูง 189 เซนติเมตร ก็ราวกับเผชิญภูเขาลูกใหญ่ แรงกดดันจากอีกฝ่ายทำให้เธอหายใจลำบาก
“คุณพูดอะไรเหลวไหล”
ซูหรานหรานรู้สึกผิด ไม่กล้าสบตาเขา พูดงอน ๆ ว่า
“คุณเองนั่นแหละที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อชีวิตแต่งงาน ระหว่างแต่งงานกลับไปกอดจูบลูบคลำกับผู้หญิงอื่น”
ลี่เฉิงยวนเชยคางเธอขึ้น บังคับให้เธอเงยหน้ามองเขา
“ฉันถามอีกครั้ง ข้างนอกเธอมีใครไหม”
ถ้าเธอบอกความจริงกับเขา เขาอาจจะใจกว้างให้อภัยเธอ
แต่หากเธอไม่พูดความจริง หรือตั้งใจปิดบัง เขาจะไม่มีทางปล่อยเธอไปง่าย ๆ
ตอนนี้สมองของซูหรานหรานตึงเครียด มีเพียงความคิดเดียวคือ หย่ากับผู้ชายคนนี้
หย่าแล้ว ต่อให้ลี่เฉิงยวนรู้ว่าเธอมีลูกสองคนอยู่ข้างนอก แล้วยังไงล่ะ เขาก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่งอีก
เธอกลั้นหายใจ ยืนกรานว่า
“ฉันไม่มี ปล่อยฉันนะลี่เฉิงยวน”
ซูหรานหรานดิ้นรน อยากหนีผู้ชายคนนี้ไปให้เร็วที่สุด
ลี่เฉิงยวนควบคุมอารมณ์ ก้มลงจูบริมฝีปากเธออย่างบังคับ
ระหว่างที่ซูหรานหรานไม่ยินยอมและขัดขืนสุดแรง เขาก็ฉวยโอกาสดึงเส้นผมเธอออกมาสองสามเส้น
ซูหรานหรานรู้สึกไม่สบายตัวและเจ็บปวด ใช้แรงทั้งหมดผลักเขาออกไป แล้วตบหน้าเขาดังฉาด
“ลี่เฉิงยวน นายมันเลว”
เธอเกลียดความเอาแต่ใจและไม่ให้เกียรติของผู้ชายคนนี้
ในเมื่อเขาตั้งใจจัดงานวันเกิดให้เย่จืออวี๋ และต่อหน้าคนมากมายยังจูบกับเย่จืออวี๋
ยังจะมาแตะต้องเธอทำไมอีก
ซูหรานหรานไม่ปฏิเสธ ตัวเธอเองก็ไม่ใช่คนสะอาดบริสุทธิ์อะไร
แต่อย่างน้อยในการแต่งงานครั้งนี้ เธอรักเขาอย่างจริงใจ
และไม่เคยคิดถึงผู้ชายอื่นอีกเลย
แล้วเขาล่ะ
นอกใจระหว่างแต่งงาน เลวร้ายถึงที่สุด
เธอจะไม่ใช้ชีวิตกับเขาต่อไปอีกแล้ว
ลี่เฉิงยวนทนรับฝ่ามือนั้น มองซูหรานหรานด้วยแววตาล้ำลึกและหม่นหมอง
เขายังไม่ได้ถามเรื่องลูก เก็บงำความโกรธแล้วเดินออกจากประตู
ยื่นเส้นผมให้ลู่เฉิน ลี่เฉิงยวนสั่ง
“เรื่องนี้ ห้ามให้ใครรู้”
ลู่เฉินพยักหน้า รีบนำตัวอย่างออกไป
ซูหรานหรานเก็บของเสร็จ ยกกระเป๋าลงบันไดมา เห็นลี่เฉิงยวนนั่งบนโซฟาในห้องนั่งเล่น สีหน้าเคร่งขรึม
เธอเดินเข้าไปหา ถามเสียงเย็น
“ใบหย่าคุณเซ็นหรือยัง ถ้าพรุ่งนี้คุณไม่ไปสำนักงานทะเบียนกับฉัน งั้นฉันก็จะไม่กลับมาบ้านหลังนี้อีกแล้ว”
ยังไงเธอก็ตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว
ช่วงนี้ ต้องตัดขาดกับผู้ชายคนนี้ให้สิ้นซาก
ลี่เฉิงยวนมองเธอเย็นชา
นึกว่าเธอจะจากไปตอนนี้ อาจเป็นเพราะเด็กสองคนข้างนอกนั่นจริง ๆ
แต่เขาก็ปลอบใจตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า ว่ามันคงไม่ใช่อย่างที่ลู่เฉินพูด
ดังนั้นก่อนที่เรื่องจะกระจ่าง เขาจะทำอะไรบุ่มบ่ามไม่ได้เด็ดขาด
และยิ่งทำอะไรผู้หญิงตัวเล็กคนนี้ไม่ได้
ไม่อย่างนั้นด้วยหุ่นบาง ๆ ของเธอ จะพอให้เขาทำอะไรได้ แค่เขาลงมือเธอคงไม่รอด
ลี่เฉิงยวนนั่งตัวตรง มองซูหรานหราน ไร้สีหน้า
“เธออยากหย่ากับฉันขนาดนี้เลยหรือ”
ซูหรานหรานสายตาล่อกแล่ก หยิบเย่จืออวี๋มาเป็นโล่กำบัง
“ในเมื่อคุณกระตือรือร้นจัดงานวันเกิดให้เย่จืออวี๋ขนาดนั้น และต่อหน้าคนมากมายยังจูบเธอ แสดงว่าคุณต้องตัดใจจากเธอไม่ได้แน่”
“ฉันจะเปิดทางให้พวกคุณ และขอให้คุณปล่อยฉันไปด้วย”
เธอจำได้แม่นว่าเมื่อสี่ปีก่อน ผู้ชายคนนี้ก็เป็นเพราะเย่จืออวี๋ถึงได้ถอนหมั้นกับเธอ
ถ้าไม่ใช่เพราะคุณปู่ขัดขวาง ลี่เฉิงยวนก็คงแต่งกับเย่จืออวี๋ไปแล้ว
เธอควรสำนึกตน ถึงเวลาที่ต้องคืนตำแหน่งคุณนายลี่ให้เย่จืออวี๋แล้ว
ลี่เฉิงยวนยังคงพยายามข่มอารมณ์ตัวเอง
และบังคับไม่ให้ตัวเองคิดฟุ้งซ่าน
ก่อนผลตรวจดีเอ็นเอจะออก เขาไม่มีสิทธิ์พูดอะไร
เม้มริมฝีปากบางแน่น ลี่เฉิงยวนนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น แม้รอบกายจะแผ่ไอเย็นยะเยือกและพลังอำมหิต
แต่น้ำเสียงที่พูด กลับยังคงอ่อนโยน
“ถ้าเธออยากย้ายออกไปอยู่ข้างนอก ฉันไม่ขัด แต่เรื่องหย่า เธอไปบอกคุณปู่ให้ชัดเจนก่อน ถ้าคุณปู่ยินยอม ฉันก็จะไม่รั้งเธอไว้”
ซูหรานหรานชะงักไป
นึกไม่ถึงว่าลี่เฉิงยวนจะยอม
ดูท่าถ้าไม่ใช่เพราะคุณปู่ เขาคงอยากหย่าเร็วกว่าเธอเสียอีก
ในเมื่ออีกฝ่ายยอมแล้ว เธอยังจะมีอะไรต้องกังวลอีก
ซูหรานหรานพยักหน้าตอบรับ “ได้ พรุ่งนี้ฉันจะไปบอกคุณปู่ให้ชัดเจน”
ไม่รู้ทำไม ทั้งที่เธอเป็นคนเสนอหย่า และเป็นคนยืนกรานจะย้ายออก
พออีกฝ่ายยอมแล้ว ในใจเธอกลับบังเกิดความขมขื่นไร้ที่มา
ไม่รีรอ ซูหรานหรานยกกระเป๋าเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
เฉินหม่าไปส่งเธอ
หลังจากนั้นกลับมาข้างกายลี่เฉิงยวน กล่าวอย่างกังวล
“คุณผู้ชายทะเลาะอะไรกับคุณผู้หญิงถึงขั้นจะหย่ากัน แล้วยิ่งดึกดื่นป่านนี้ คุณผู้หญิงจะไปที่ไหนได้คะ”
ในใจลี่เฉิงยวนจะรู้สึกดีได้อย่างไร
ถ้าไม่ใช่เพราะรู้ว่าซูหรานหรานมีบ้านอีกหลังอยู่ข้างนอก เขาจะปล่อยเธอไปกลางดึกได้อย่างไร
เขาหยิบมือถือขึ้นมา เช็คตำแหน่งของซูหรานหราน
ก็อยากจะดูว่า ซูหรานหรานจะกลับไปบ้านข้างนอกนั่นหรือเปล่า
เฉินหม่ายังพูดอยู่ข้าง ๆ
“คุณผู้ชาย ไม่ว่าคุณกับคุณผู้หญิงจะทะเลาะอะไรกัน ก็ไม่ควรปล่อยให้คุณผู้หญิงออกไปกลางดึกนะคะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา…”
ลี่เฉิงยวนตวัดสายตาเย็นเยียบไปที่เฉินหม่า
ทำให้เฉินหม่าไม่กล้าพูดมากอีก ก้มหน้ารีบถอยออกไป
จนกระทั่งเห็นว่าซูหรานหรานโดยสารรถมุ่งหน้าสู่เขตชุมชนซิงเหอวานจริง ๆ ลี่เฉิงยวนโกรธจนแทบจะปาโทรศัพท์ทิ้ง
บัดซบ
เธอไปอยู่กับเด็กสองคนนั่นจริง ๆ
เธอปิดบังเขา มีบ้านอีกหลังข้างนอก แถมยังเลี้ยงลูกอีกสองคน
ลี่เฉิงยวนรู้สึกเหมือนในอกมีก้อนหินใหญ่ทับถม อัดอั้นและทรมาน
คืนนี้ เขายังคงนอนไม่หลับ
เช้าวันรุ่งขึ้น ลี่เฉิงยวนไปซิงเหอวานด้วยตัวเอง
หาไปจนถึงหน้าห้องเช่าหมายเลข 2526 ที่ใช้ชื่อซูหรานหราน
เขาทำตัวเหมือนพวกแอบถ้ำมอง หลบซ่อนอยู่หลังประตูทางหนีไฟ รอให้ประตูห้อง 2526 เปิด
แปดโมงเช้า ในที่สุดประตูนั่นก็เปิด
ลี่เฉิงยวนก็เห็นกับตาว่าซูหรานหรานเดินออกมาจากด้านใน
ข้างกายยังมีเด็กสองคน
เด็กน้อยดึงมือเธอ ออดอ้อนอย่างอาลัย
“คุณแม่ไปทำงานทุกวันเลย เหนื่อยจังเลยนะ”
“คุณแม่ต้องกลับมาเร็ว ๆ นะ”
“คุณแม่จ๋า พวกหนูรักคุณแม่นะ”
