เขาหยุดไปครู่หนึ่ง กวาดตามองทุกคนแล้วกล่าวว่า “ทุกคนร่วมงานกับผมมาหลายปี ต่อให้ไม่มีผลงานใหญ่ ก็มีความเหน็ดเหนื่อยทุ่มเท บริษัทปิดตัวลงแล้วก็จริง แต่ซูเหวินหยวนคนนี้จะไม่ทำให้ทุกคนต้องผิดหวัง”
เขาหันไปมองซูหว่านฉิง
ซูหว่านฉิงก้าวออกมาหนึ่งก้าว หยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกจากกระเป๋า เสียงของเธอดังกังวานไปทั่วห้องโถง “ตามกฎหมายแรงงาน เมื่อบริษัทจดทะเบียนเลิกกิจการ จะต้องจ่ายเงินชดเชย N+1 แต่หลังจากปรึกษากับคุณพ่อแล้ว ฉันกับคุณพ่อได้ตัดสินใจว่า...”
เธอกวาดตามองทุกคน แล้วกล่าวทีละคำว่า “ชดเชยเงินเดือนให้ทุกคนคนละ 3 ปี นอกจากนี้ยังจ่ายเงินเดือนเพิ่มให้อีก 2 เดือน ถือเป็นเงินอำลาจากซูซื่อกรุ๊ป”
สิ้นเสียงนั้น ทั้งห้องก็พลันฮือฮา
“3 ปี?!”
“ให้ตายสิ... เงินเดือนผมเดือนละ 8,000 หยวน สามปีก็เกิน 280,000 หยวนแล้ว ยังมีอีกสองเดือน...”
“ประธานซู นี่ถึงกับควักทรัพย์สินทั้งหมดออกมาให้พวกเราเลยเหรอครับ!”
ในหมู่ผู้คน นักบัญชีอาวุโสผมขาวคนหนึ่งยกมือเช็ดหางตา เอ่ยเสียงสั่นว่า “ประธานซู เงินทุนหมุนเวียนในบัญชีบริษัทก่อนหน้านี้ถูกธนาคารเร่งรัดหนี้ แถมยังถูกซัพพลายเออร์ทวงเงิน ตอนนี้แทบไม่เหลือแล้ว เงินของคุณ...”
“เรื่องเงิน ทุกคนไม่ต้องกังวล” ซูหว่านฉิงยิ้มบาง ๆ “เงินเข้าบัญชีแล้ว ทุกคนเข้าแถวไปเซ็นชื่อที่ห้องการเงิน ภายในวันนี้จะจ่ายให้ครบทุกคน”
เธอพูดราวกับเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่คนที่รู้เรื่องต่างเข้าใจดีว่าตระกูลซูได้เกาะขาผู้มีอำนาจตัวจริงเข้าแล้ว เพียงแต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยถึงคนผู้นั้นต่อหน้าสาธารณชน
