หลังจากหายใจเข้าลึก ๆ หน้ากระจกเป็นครั้งที่สาม ถานหลิ่นก็ลืมตาพรึ่บ
พอเห็นตัวเองในชุดใหม่ เขาก็อยากมุดดินหนีไปให้รู้แล้วรู้รอด
ชุดเมดรัดรูปสีขาวดำสั้นจนชายกระโปรงแทบจะอยู่ตรงโคนขา ยามขยับตัวเนื้อผ้าก็เสียดสีกับผิว ชวนให้คันยุบยิบไต่ขึ้นมาตามขา
สายรัดต้นขาลูกไม้ถูกชายกระโปรงบังไปเกือบหมด เหลือให้เห็นเพียงขอบสีขาวม้วนเป็นระลอก
วิกผมยาวตรงสีดำทิ้งตัวลงมาถึงเอว โซ่เงินสองสามเส้นที่ห้อยไว้ลวก ๆ แกว่งไกวตามการเคลื่อนไหว กระทบผ้าที่จับจีบเป็นระลอกจนเกิดเสียงกรุ๊งกริ๊งเบา ๆ
ช่วยด้วย เขาไม่อยากแต่งตัวแบบนี้จริง ๆ
ถึงถานหลิ่นจะขัดใจแค่ไหน แต่ก็ไม่อยากเสียเวลาอีกแล้ว ต้องรีบถ่ายคลิป พี่สาวทั้งหลายกับพี่ชายคนนั้นกำลังรออยู่
คลิปชุดผู้ชายก็ยังไม่ได้ถ่าย ต้องเร่งมือแล้ว ไม่มีเวลามานั่งเศร้าสร้อยอยู่ตรงนี้
ถึงพัดลมจะเป่าลมโกรก แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ถานหลิ่นหายหน้าแดงไปทั้งตัวเลย
เขากัดฟันกรอด ตั้งโทรศัพท์ลงบนขาตั้ง แล้วกดเปิดเพลงประกอบ
ก่อนลงมือ เขาค้นหาคลิปเต้นแนวเดียวกันมาดูสองสามคลิป แค่กวาดตาดูก็เกือบปาโทรศัพท์ทิ้ง
มีแต่ชุดคอลึกกับท่าเต้นช้า ๆ ยั่ว ๆ ไม่ก็จ่อกล้องที่ขาหรือใบหน้า ท่าบิดเอวส่ายสะโพกดูชำนาญสุด ๆ ถานหลิ่นยกมือกุมหน้าผาก หลับตาลงครู่หนึ่ง เขาทำแบบนั้นไม่ไหวจริง ๆ
ไหน ๆ ก็แต่งตัวแบบนี้แล้ว เต้นอะไรก็ดูวาบหวิวเกินขอบเขตทั้งนั้น เขาคิดอย่างคนที่ยอมแพ้แล้วว่าเต้นปกติก็พอ
เพลงแรกที่เลือกเป็นเพลงเต้นสั้น ๆ แนวสาวหวาน เสียงผู้หญิงนุ่มนิ่มดังออกมาจากลำโพง
“my girl, ฉันขอให้เธอขยับเข้ามาใกล้อีกนิดได้ไหม ฉันไม่ใช่คนไม่ดีสักหน่อย ทำไมเธอต้องอยู่ห่างฉันขนาดนั้น”
“ทำไมตอนกลางคืนถึงมีดาวอยู่เสมอ ทำไมดวงตาของเธอถึงเป็นประกายอยู่ตลอด”
