สัตว์มารระดับเก้าปรากฏตัวแล้ว
มันยังเกาะขาของเสิ่นชิงหลีไว้ ราวกับกลัวนางจะหนีไป
เผยย่านซูยังไม่ขยับ ทว่าเส้นเอ็นบนมือกลับปูดนูนขึ้นมา เห็นได้ชัดว่ากำลังรวบรวมพลังอย่างเต็มที่อยู่เงียบ ๆ
ขอเพียงสัตว์มารตัวนี้ขยับแม้แต่นิด เขาจะต้อง...
“ตึก!”
สัตว์มารที่ชะโงกหัวออกมา มีความสูงเพียงหนึ่งฉื่อกว่า ๆ ขนาดพอ ๆ กับช่วงขาของเสิ่นชิงหลี
มองไม่เห็นดวงตาของมัน เพราะขนบริเวณเบ้าตาล้วนเป็นสีดำ ทั้งสี่ขา หู และรอบคอก็ดำสนิทเช่นกัน
ส่วนอื่น ๆ ขาวราวหิมะไร้ตำหนิ ดูนุ่มฟู น่าลูบไล้เป็นพิเศษ!
มือเรียวขาวผ่องข้างหนึ่งลูบลงไปเช่นนั้น
หัวใจเผยย่านซูแทบแตกสลาย!
ทูตเซียนถึงกับตะลึงงัน...
นายน้อยก็คลุ้มคลั่งมากแล้ว!
ไม่คิดเลยว่านายน้อยเสิ่นจะยิ่งบ้าบิ่นกว่า!
สัตว์มารระดับเก้าเชียวนะ!
นางลูบมันไปแล้วอย่างนั้นหรือ?
หรือว่านี่ไม่ใช่สัตว์มารระดับเก้า?
สมองแข็งทื่อของทูตเซียนขบคิดอยู่นาน แต่ก็ไม่เห็นสัตว์มารระดับเก้าตัวนั้นขนตั้ง ขัดขืน หรือเขมือบคนแต่อย่างใด
เขาจึงยิ่งมั่นใจในข้อสันนิษฐานของตน ดูท่าตัวนี้คงไม่ใช่สัตว์มารระดับเก้าตัวนั้น
“ทำเอาข้าตกใจหมด” ทูตเซียนเอ่ยช้า ๆ “ข้านึกว่าท่านนั้นมาเสียอีก”
คิดดูแล้วก็เป็นไปไม่ได้จริง ๆ สัตว์มารระดับเก้าย่อมต้องตัวมหึมา จะตัวเล็กจ้อยเช่นนี้ได้อย่างไร แถมยังดูน่ารักแปลก ๆ อีกด้วย
“มันนั่นแหละ” เสิ่นชิงหลีกล่าวอย่างกระอักกระอ่วน นางก็รู้ว่าไม่ควรทำเช่นนี้ แต่เร็วกว่าความคิด มือของนางก็ลูบลงไปแล้ว อีกอย่างมันน่าลูบจริง ๆ! นุ่มกว่าจี๊จี๊เสียอีก
ดูเหมือนมันจะไม่รังเกียจ เช่นนั้นก็...ลูบต่ออีกสักพักแล้วกัน
สัตว์มารระดับเก้าตัวนี้ไม่รังเกียจจริง ๆ ถึงกับเอียงหัวให้นางเกาคอที่ปกคลุมด้วยขนนุ่ม
