เหล่าเซียนรับใช้ต่างตะลึงงัน!
นี่...โหลวกวานเสวี่ยเป็นถึงเซียนชั้นสูงเชียวนะ!
ส่วนเสิ่นชิงหลี แม้จะไม่ใช่ศิษย์เซียนน้อยอย่างที่โหลวกวานเสวี่ยกล่าว แต่นางก็เป็นเพียงเซียนชั้นล่างเท่านั้น
ระหว่างพวกนางยังมีขั้นเซียนปฐพีคั่นอยู่ถึงหนึ่งขั้นใหญ่!
ไม่สิ ไม่สิ...
อย่าเพิ่งนับขั้นใหญ่พวกนั้น!
แม้จะเป็นเซียนชั้นล่างเหมือนกัน ระหว่างเซียนชั้นล่างระดับเก้ากับระดับหนึ่งก็ยังมีช่องว่างถึง 8 ขั้น ราวกับหุบเหวที่ไม่อาจข้ามผ่าน!
เซียนปฐพียังแบ่งเป็น 9 ระดับ กว่าจะขึ้นไปเป็นเซียนชั้นสูงได้ก็ต้องผ่านขั้นเหล่านั้นเสียก่อน! แม้โหลวกวานเสวี่ยจะเป็นเพียงเซียนชั้นสูงระดับสาม แต่ระหว่างพวกนางก็ยังห่างกันถึง 20 ขั้นมิใช่หรือ...
นี่มัน...นี่มันอะไรกัน!
“ข้าคงตาฝาดไปกระมัง”
เซียนรับใช้คนหนึ่งเริ่มขยี้ตาแล้ว
ภาพที่พวกเขาควรเห็นคือเสิ่นชิงหลียืนอยู่ ส่วนโหลวกวานเสวี่ยสั่งให้นางคุกเข่าต่างหาก
“ข้าก็คงตาฝาดเช่นกัน”
เหล่าเซียนรับใช้ต่างขยี้ตาตามกัน พักใหญ่กว่าจะตั้งสติได้ ก่อนจะเบิกตากว้างมองอีกครั้ง!
“บัดซบ!”
เหล่าเซียนรับใช้สบถออกมา!
ภาพตรงหน้าไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด!
“เซียนระดับสูงโหลว...เซียนระดับสูงโหลวคุกเข่าให้เซียนชั้นล่างระดับหนึ่งหรือ?”
เหล่าเซียนรับใช้ชาชินจนด้านชาไปหมดแล้ว โลกนี้เป็นอะไรกันไป ถึงได้เกิดเรื่องเหลวไหลเช่นนี้ขึ้นได้?
พวกเขาไม่รู้ว่าเสิ่นชิงหลีผู้เป็นเซียนชั้นล่างระดับหนึ่งนั้นเพิ่งเลื่อนขั้นมา ก่อนหน้านี้นางเป็นเพียงศิษย์เซียนจริง ๆ โหลวกวานเสวี่ยเรียกนางว่า “ศิษย์เซียนน้อย” อยู่เสมอ จึงไม่ถือว่าพูดผิด...
แต่ยามนี้โหลวกวานเสวี่ยแทบอยากให้เสิ่นชิงหลีเป็นเทพแทนที่จะเป็นศิษย์เซียนน้อยหรือเซียนชั้นล่าง นางลนลานจนสิ้นท่า “เจ้าทำอะไรกับข้า!”
เหตุใดนางถึงเห็นภาพหลอนขึ้นมาได้!
