หงส์ไฟรวดเร็วยิ่งนัก เสิ่นชิงหลีและพวกใช้เวลาเพียงสามวันก็มาถึงค่ายกลเคลื่อนย้ายที่ใกล้กับอาณาเขตสำนักฮุ่นหยวนที่สุด ที่นี่ก็คืออาณาเขตหัวอวิ๋น
เสิ่นเยวียนเปิดใช้งานค่ายกลเคลื่อนย้ายของสกุลเสิ่นประจำจุดหัวอวิ๋น เพียงชั่วยามเดียวพวกเขาก็กลับมายังฉางสุ่ยสกุลเสิ่น เสิ่นตัวและคนอื่นๆ รออยู่แล้ว
ที่เลือกใช้ค่ายกลทางฝั่งสำนักฮุ่นหยวนไม่ได้ ก็เพราะระวังสำนักฮุ่นหยวนเล่นตุกติก
หากค่ายกลเคลื่อนย้ายเกิดปัญหา หลงเข้าไปในกระแสวนแห่งห้วงมิติ ก็มีแต่ตายสถานเดียวไม่มีรอด
ด้วยเหตุนี้ หากไม่จำเป็นจริงๆ บุคคลระดับสูงของขุมกำลังใหญ่ๆ จะไม่เลือกเดินทางด้วยค่ายกลเคลื่อนย้าย
และเพราะเหตุนี้เอง เสิ่นตัวมองเห็นพวกเขาจึงถอนหายใจยาว “รอพวกเจ้าจนได้เสียที”
หลิ่วชิงหงยิ่งจับแขนเสิ่นชิงหลีไว้แน่น พลางสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า “พวกเจ้านี่ก็จริงๆ เลย แยกเป็นสองกลุ่มเดินทางไม่ได้หรือ ถ้าเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นมา ความสูญเสียครั้งนี้ครอบครัวเราจะรับไหวหรือ”
หงส์ตัวเมียเพียงหนึ่งเดียวของทั้งตระกูล
เจ้าบ้านกับท่านบรรพชน ถ้าเกิดถูกกวาดเรียบยกเข่ง
หลิ่วชิงหงไม่กล้าแม้แต่จะคิด! แต่คนพวกนี้กลับกล้าเสี่ยงตาย
“เรื่องเร่งด่วนต้องยืดหยุ่น” เสิ่นเยวียนก็จนปัญญา “ไปเถอะ กลับไปค่อยคุยกัน”
เขาพูดพลางหยิบป้ายหยกสื่อสารออกมา ตามคาดมันกระพริบไม่หยุด เขาเดินดูไปพลาง ล้วนเป็นข้อความตำหนิโดยนัยว่าเขาแจ้งข่าวกระชั้นชิดเกินไป เตรียมตัวไม่ทัน แต่ก็ล้วนบอกไว้แล้วว่า จะต้องรีบมาจนได้ ขอให้รอพวกเขาด้วย
“สำนักฮุ่นหยวนก็จะมีคนมาด้วยใช่หรือไม่” เสิ่นชิงหลีที่จัดการเรื่องต้นกำเนิดมารเรียบร้อยแล้วเอ่ยถาม นางจำได้ว่าตอนนั้นสำนักฮุ่นหยวนมีหนึ่งโควตา
“ใช่ หลิวเซียวเซียว” เสิ่นเยวียนจำ 18 โควตาได้แม่น “เขตชิงอวิ๋นสองคน เขตอื่นอีกห้าเขตๆ ละหนึ่งคน แปดตระกูลใหญ่ตระกูลละหนึ่งคน ยังมีรุ่นเยาว์ที่ไม่ได้อยู่ใน 18 ขุมกำลังอีกสองคน มาจากสกุลหลิวตระกูลเก่าแก่และสกุลไป่หลี่ตามลำดับ”
