เมื่อคืนเจียงอู๋โยวปิดม่านไม่สนิท เธอจึงถูกแสงแดดส่องจนตื่น
แสงแดดสายหนึ่งลอดผ่านช่องว่างเข้ามา ตกลงข้างหมอนพอดี สว่างจ้าจนแสบตา
เจียงอู๋โยวพลิกตัว ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมศีรษะ แล้วซุกอยู่ใต้ผ้าห่มครู่หนึ่ง จู่ ๆ ก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ เธอจึงเปิดผ้าห่มพรวด
เธอลุกพรวดขึ้นนั่ง แล้วรีบลงจากเตียง
ตอนเดินผ่านห้องนั่งเล่น เถาหว่านชิงกำลังยกโจ๊กซี่โครงออกมาจากครัว พอเห็นเธอ ชามในมือแทบหลุดจากมือ คิ้วเลิกขึ้น “วันนี้ทำไมตื่นเช้าจังล่ะ อู๋โยว”
เจียงอู๋โยวไม่ได้ตอบ รีบมุดเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าแปรงฟัน
เถาหว่านชิงวางโจ๊กลงบนโต๊ะ มองตามแผ่นหลังของลูกสาวที่รีบร้อน ไม่ได้พูดอะไร แต่ในใจกลับคิดไปอีกทาง
ปกติวันหยุดลูกสาวไม่ต้องไปทำงาน ต่อให้นอนจนแดดโด่งก็ยังไม่ยอมลุก วันนี้กลับตื่นตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นตรงหัว เพราะเสิ่นฉางเกิงจะมาแท้ ๆ
เถาหว่านชิงตักโจ๊กใส่ชามหนึ่งวางพักไว้ข้าง ๆ แล้วตักอีกชามให้ตัวเอง กินไปได้ไม่กี่คำก็วางช้อนลง รู้สึกอึดอัดใจขึ้นมาเสียอย่างนั้น ซ้ำวันนี้ลุงสวียังต้มโจ๊กซี่โครงออกมาไม่อร่อยเอาเสียเลย
เจียงอู๋โยวล้างหน้าเสร็จเดินออกมา สวีเจี้ยนหัวก็หิ้วถุงกระดาษไขก้าวเข้าประตูมาพอดี กลิ่นหอมอุ่น ๆ ลอยออกมาจากปากถุง เป็นซาลาเปาทอดที่เธอชอบกิน
สวีเจี้ยนหัววางถุงลงบนโต๊ะอาหารแล้วเปิดออก “กะว่าเธอน่าจะตื่นแล้ว เลยตั้งใจแวะไปซื้อจากร้านเจ้าประจำ รีบกินตอนยังร้อน ๆ เถอะ”
เถาหว่านชิงยกโจ๊กที่วางพักจนเย็นแล้วไปวางข้างซาลาเปาทอด
เจียงอู๋โยวกินซาลาเปาทอดหมดไปลูกหนึ่งในไม่กี่คำ แล้วซดโจ๊กตามหนึ่งคำ “ร้านเจ้าประจำอร่อยกว่าอยู่ดี”
