เวลา 8 โมงเช้า ทั้งสองหยิบนมสดคนละขวดจากกล่องนมหน้าประตู แล้วหยิบหนังสือพิมพ์ข่าวนครหลวงฉบับวันนี้จากตู้จดหมาย อ่านไปกินมื้อเช้าไป
เมื่อเห็นข้อความยาวเหยียดบนหน้าหนังสือพิมพ์ ก็พบประโยคหนึ่งที่กล่าวถึงการสร้างถนนอีกครั้ง
“ความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับการคมนาคมขนส่ง”
ทั้งคู่ยิ่งมั่นใจในความคิดของเมื่อวาน
กินเสร็จแล้ว ทั้งสองก็ขี่จักรยานออกจากบ้านไปคนละทาง
เมื่อผ่านร้านขายของชำตรงหัวมุม เสิ่นฉางเกิงกำเบรกแน่นจนรถหยุด ก่อนหันไปส่งสัญญาณให้เจียงอู๋โยวปั่นต่อไปก่อน
เจียงอู๋โยววางเท้าลงบนพื้น ประคองจักรยานให้มั่นคง
“งั้นตอนเที่ยงฉันจะรอคุณอยู่นอกโรงงานฝ้ายนะ ฉันจะจอดจักรยานไว้ในโรงงาน แล้วเราไปหาลุงชุยด้วยกัน”
“ได้”
เสิ่นฉางเกิงมองตามแผ่นหลังของเธอจนลับหายไปตรงทางแยก จึงหันหัวรถกลับไปที่ร้านขายของชำ เขาหยุดอยู่หน้าเคาน์เตอร์แล้วตะโกนเรียก “คุณปู่หลินครับ วันนี้มีจดหมายของผมไหม?”
ลุงหลินคาบหมั่นโถวร้อน ๆ ไว้ครึ่งลูก เคี้ยวไปพลางเลิกม่านประตูเดินออกมาจากด้านใน มือยังถือซองจดหมายอยู่ด้วย
“มีของเธอ มีคนเอาจดหมายมาวางไว้ที่นี่ตั้งแต่เช้าตรู่ แต่ไม่ได้เขียนชื่อคนส่งไว้”
ลุงหลินยื่นจดหมายให้ น้ำมันจากหมั่นโถวในมือย่อมเปื้อนกระดาษจดหมายไปด้วย
เสิ่นฉางเกิงหลบตรงที่เปื้อนน้ำมันอย่างตั้งใจ แล้วรับซองจดหมายมาอย่างระมัดระวัง
“ไม่รู้เหมือนกันว่าใครเอามาวางไว้แต่เช้า ทำลับ ๆ ล่อ ๆ เชียว”
ลุงหลินใช้มือที่ว่างเช็ดกับเสื้อผ้าอย่างลวก ๆ ปากก็ยังเคี้ยวหมั่นโถวที่เหลืออยู่
