เสิ่นฉางเกิงได้สติกลับมา “เหล่าชุย พรุ่งนี้ผมจะเอาสัญญามา แล้วคุณพาผมไปพบตระกูลฝานหน่อยนะ ผมควรเตรียมของขวัญอะไรไปดี?”
เหล่าชุยโบกมือ “ไปเถอะ จะไปมีกฎเกณฑ์อะไรกับเขานักหนา”
“ที่ดินบ้านผมไร่ละ 20 หยวน ส่วนฝานเฒ่านั่น ผมทะเลาะกับเขามาหลายสิบปีแล้ว ถึงหมอนั่นจะอารมณ์ร้อน แต่หัวไม่ซับซ้อน ผมจะช่วยกดราคาให้เหลือไร่ละ 25 หยวน”
“พรุ่งนี้คุณเอาสัญญามาก็พอ เดี๋ยวผมเอาไปส่งให้เขาเอง ไม่ต้องออกหน้าไปด้วยตัวเองหรอก เผื่อวันหน้าที่ดินแถวนี้ราคาพุ่งขึ้น พอเขาคิดได้ก็จะกลับมาหาคุณแล้วหาเรื่องยืดเยื้อให้วุ่นวาย”
เหล่าชุยรู้ว่าเสิ่นฉางเกิงทำงานเสริมมาหลายปีแล้ว แม้ภายนอกจะดูเหมือนหาเงินได้ไม่น้อย แต่เงินที่ได้มาส่วนใหญ่ต้องแบ่งกับเฉาเจิ้งเต๋อและหลี่ว์เจิ้ง
เขาไม่รู้ว่าฉางเกิงกับอู๋โหยวสองสามีภรรยาเก็บเงินไว้ได้เท่าไร แต่ดูจากสีหน้าของทั้งคู่เมื่อครู่ เงินสามพันกว่าหยวนก็คงเป็นภาระไม่น้อยสำหรับพวกเขา
พรุ่งนี้เขาจะรับบทคนร้ายเองก็แล้วกัน
เขาทะเลาะกับฝานเฒ่ามาหลายสิบปี ต่างฝ่ายต่างรู้ไส้รู้พุงกันดี ลูกไม้เล็ก ๆ ในใจฝานเฒ่า หรือแม้แต่ประโยคข่มขู่ที่จะพูดต่อไป เขาหลับตาก็ยังเดาออก
ถ้าคุยกันไม่ลงตัวจริง ๆ อย่างมากเขาก็ยอมถอย ทำเป็นอ่อนข้อให้สักก้าวเพื่อกล่อมเจ้าคนหัวแข็งนั่น ขอแค่ช่วยกดราคาให้ฉางเกิงกับอู๋โหยวได้สักหยวนก็ยังดี จะได้ให้สองสามีภรรยาคู่นี้ควักเงินน้อยลงหน่อย
เสิ่นฉางเกิงเข้าใจเจตนาของเหล่าชุยทันที
