เช้าวันหนึ่งในเดือนธันวาคม อากาศหนาวเหน็บ หมอกบาง ๆ ปกคลุมอยู่นอกหน้าต่าง
วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ที่หาได้ยาก
ไม่ต้องรีบร้อนไปทำงาน และไม่มีเสียงพ่อแม่ที่อยู่ร่วมบ้านคอยเร่งให้ลุกจากเตียง
เมื่อคืนก่อนเข้านอน คู่สามีภรรยาที่อยู่กันตามลำพังก็เพลิดเพลินกับกิจกรรมออกกำลังกายทั้งกายใจไปหลายรอบ เช้านี้จึงปล่อยตัวเองนอนยาวไปจนเกือบเที่ยง
ผ้านวมหนาหนักกันความหนาวเย็นไว้ด้านนอกทั้งหมด
ภายใต้ผ้านวม เจียงอู๋โยวนอนขดอยู่ในอ้อมแขนของเสิ่นฉางเกิง แผ่นหลังแนบกับอกอุ่น ๆ ของเขา แขนข้างหนึ่งโอบเอวเธอไว้อย่างมั่นคง ฝ่ามือวางเบา ๆ บนหน้าท้อง ส่วนอีกข้างรองอยู่ใต้ต้นคอ ลมหายใจของทั้งคู่คลอเคลียกัน
เจียงอู๋โยวขยับซุกลึกเข้าไปในอ้อมกอดอุ่น ๆ อย่างสะลึมสะลือ เสิ่นฉางเกิงคล้ายจะรับรู้ได้ จึงกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นเล็กน้อย รั้งเธอไว้ใกล้ตัวกว่าเดิม
เวลานี้ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น ด้านนอกคืออากาศต้นฤดูหนาวที่หนาวเย็น ส่วนในผ้าห่มมีคนรักอยู่เคียงข้าง ทั้งคู่ซุกตัวอยู่ใต้ผ้านวมอุ่น ๆ ด้วยกัน
ต่อให้เมื่อคืนจะหยอกล้อกันจนดึกแค่ไหน วันนี้พวกเขาก็ยังมีเวลาเหลือเฟือให้นอนชดเชย
น่าเสียดายที่ความสงบอยู่ได้ไม่นาน เสียงทะเลาะที่ดังสนั่นจากชั้นล่างก็ปลุกทั้งคู่ให้สะดุ้งตื่น
เสียงหนึ่งตะโกนขึ้นว่า “นี่บ้านฉัน พวกคุณออกไปเดี๋ยวนี้!”
อีกเสียงสวนกลับทันควัน ไม่ยอมถอยแม้แต่น้อย “นี่บ้านพ่อนะ! พ่อแม่ยังไม่ตายเสียหน่อย บ้านของพ่อเกี่ยวอะไรกับครอบครัวพวกคุณ จะมาจ้องเอาไปได้ยังไง? น่าขำสิ้นดี อยากทำให้ใครหัวเราะจนตายหรือไง?”
ท่ามกลางเสียงโต้เถียง มีเสียงสั่นเครือดังแทรกขึ้นมา “พวกเธอหยุดทะเลาะกันเถอะ หยุดเถอะ...”
