แสงแดดยามบ่ายคลายความร้อนแรงลงแล้ว ลำแสงอ่อนจางลอดผ่านช่องผ้าม่านเข้ามาในห้อง
เจียงอู๋โยวขยับตัวอย่างงัวเงีย ก่อนหันมองข้างกาย ตรงนั้นไร้ไออุ่นไปนานแล้ว
เธอพยุงตัวนั่งขึ้นจากขอบเตียง ยืดแขนบิดขี้เกียจจนกล้ามเนื้อทั่วร่างเหยียดคลาย รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าหลังได้นอนเต็มอิ่ม
จู่ ๆ คำพูดที่เสิ่นฉางเกิงเคยพูดไว้ก็ผุดขึ้นมา เธอแตะปลายนิ้วลงบนริมฝีปาก เขาพูดถูกจริง ๆ จูบช่วยให้นอนหลับได้ดีจริงด้วย
พอเดินออกจากห้องนอน ก็เห็นเขานั่งยอง ๆ อยู่ข้างผนังตรงหน้าโซฟา ก้มหน้าก้มตาทำอะไรบางอย่าง
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าจากด้านหลัง เขาก็หันกลับมาทันที “ตื่นแล้วเหรอ?”
เจียงอู๋โยวเดินเข้าไปหา ยังมีอาการงัวเงียหลังเพิ่งตื่น ดวงตาเต็มไปด้วยความสงสัย เธอชะโงกมองมือเขา “กำลังทำอะไรอยู่เหรอ?”
เสิ่นฉางเกิงยังกำสายไฟไว้ในมือ ใช้ปลายนิ้วจัดเส้นลวดที่พันกันยุ่งเหยิง ก่อนชี้ไปที่ผนัง “ผมตัดไฟบ้านเราแล้วต่อสายไฟเส้นหนึ่งมาทางนี้ ต่อไปวางโต๊ะไว้ตรงนี้ แล้วเอาทีวีวางด้านบนก็ได้ อยู่หน้าโซฟา นั่งดูสะดวกด้วย”
บนพื้นมีเทปพันสายไฟ ไขควง และกรรไกรวางกระจัดกระจายอยู่หลายชิ้น
เสิ่นฉางเกิงขยับไปด้านข้าง เปิดที่ให้เธอดูช่องเสียบสายไฟที่เพิ่งต่อเพิ่มบนผนัง
เจียงอู๋โยวเลือกพื้นที่สะอาดบนพื้นแล้วนั่งลง สีหน้าเหลือเชื่อ “เราจะซื้อทีวีกันจริง ๆ เหรอ? คุณหยิกฉันทีสิ จะได้รู้ว่านี่เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า!”
