“มา กินข้าวได้แล้ว”
หลินเฉิงเฟิงป้อนข้าวให้เซี่ยเหอเหมือนทุกครั้ง
หลังจากเซี่ยเหอกินจนหมดเกลี้ยง หลินเฉิงเฟิงก็รินน้ำให้เธออย่างใส่ใจ
มือของเซี่ยเหอชะงักไปเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็รับแก้วมาแล้วดื่มจนหมด
ในที่สุดก็ถึงเวลาแล้วสินะ?
โอกาส!
หลินเฉิงเฟิงแสดงท่าทีต่างจากความ “อ่อนโยนเอาใจใส่” เหมือนก่อน จนเซี่ยเหอสังเกตเห็นความผิดปกติ
ก่อนหน้านี้ ชีวิตของทั้งคู่เป็นระเบียบเสียจนผิดธรรมชาติ เซี่ยเหอแทบเดาไม่ออกว่าหลินเฉิงเฟิงคิดจะทำอะไรกันแน่
ถ้าเขาทำแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ เซี่ยเหอก็คงหมดหนทางจริง ๆ
ราวสองชั่วยามต่อมา ฟ้าก็เริ่มมืด
หลินเฉิงเฟิงกลับมายืนตรงหน้าเซี่ยเหออีกครั้ง เขาสวมเสื้อคลุมหลวม ๆ ยืนเท้าเปล่า พร้อมเปิดทางให้ร่างกายส่วนสำคัญสัมผัสกับอากาศภายนอก
เขาก้าวเข้ามาจับข้อมือเซี่ยเหอ สัมผัสอยู่อย่างละเอียดครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า
“ต่อจากนี้ ผมจะคลายผนึกบนตัวคุณ จะใช้ความสามารถของคุณให้เต็มที่ก็ได้”
พอได้ยินดังนั้น ดวงตาเซี่ยเหอก็เป็นประกายขึ้นวูบหนึ่ง ซึ่งหลินเฉิงเฟิงจับสังเกตได้ทันที
เซี่ยเหอเห็นว่าเขาสังเกตเห็นแล้ว จึงรีบข่มความตื่นเต้นในใจ ทำท่าทางหวาดกลัวขึ้นมา
“ฉันไม่กล้าหรอก...”
หลินเฉิงเฟิงตัดบทเธอทันที
“ไม่ต้องแกล้ง”
“ผมไม่ปล่อยคุณไปหรอก”
“ถ้าคุณไม่คว้าโอกาสครั้งนี้ไว้ ต่อไปก็ต้องอยู่แบบนี้ ถูกขังอยู่ที่นี่”
หลังได้ยินเช่นนั้น เซี่ยเหอก็เงียบลง
หลินเฉิงเฟิงประสานนิ้วทำมุทรา พลังชี่ไหลวนอยู่ที่ปลายนิ้ว ก่อนจะแตะหว่างคิ้วของเซี่ยเหอเบา ๆ
ยันต์ไร้รูปร่างปรากฏขึ้น ก่อนจะแตกสลายไปทีละส่วน
ชั่วพริบตาถัดมา
แสงชี่สีชมพูกลุ่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในฝ่ามือเซี่ยเหออย่างฉับพลัน
เธอไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ฟาดฝ่ามือใส่หลินเฉิงเฟิงอย่างแรง!
เพี๊ยะ!
หลินเฉิงเฟิงคว้ามือเซี่ยเหอไว้ได้ทันที พลางยิ้มบาง ๆ
“แบบนี้สิถึงถูก”
ทันทีที่ชี่แท้สีชมพูสัมผัสผิวของหลินเฉิงเฟิง มันก็เริ่มพุ่งเข้าไปในร่างเขาอย่างไม่หยุดยั้ง
หลินเฉิงเฟิงกัดฟันแน่น แววตาสีชมพูวาบขึ้นมาเป็นระยะ
“ดี! ดี! ดี!”
เขาหัวเราะเสียงต่ำ สีหน้าปรากฏรอยยิ้มที่แทบจะดูบิดเบี้ยว
เซี่ยเหอเห็นเขาไม่เพียงไม่โกรธ แต่กลับดีใจขึ้นมา ในใจก็เกิดลางสังหรณ์ไม่ดีทันที
เธอรีบดึงมือกลับ แต่กลับพบว่ามือของหลินเฉิงเฟิงรัดข้อมือเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก
แรงบีบมหาศาลจนกระดูกข้อมือเจ็บแปลบเป็นระลอก
“อ๊า!”
ใบหน้าเซี่ยเหอบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
ชี่แท้... ใช้การไม่ได้แล้ว!
ทำไมถึงเป็นแบบนี้...
หลินเฉิงเฟิงเห็นว่าชี่แท้สีชมพูที่แผ่คลุมร่างเซี่ยเหอจางลง ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง พลิกตัวเข้าประชิดแล้วทุ่มเธอลงกับพื้น
โครม!
“...”
เซี่ยเหออ้าปากกว้าง ความเจ็บปวดรุนแรงถึงขั้นทำให้เปล่งเสียงไม่ออก
สายตาของเธอพร่ามัวลงอีกครั้ง ก่อนจะหมดสติไปพร้อมความไม่ยินยอม
หลังปราบเซี่ยเหอได้ หลินเฉิงเฟิงก็รีบหยิบยันต์ผนึกเส้นลมปราณแผ่นใหม่ออกมาแปะไว้ จากนั้นปล่อยมือทันที
เขากลัวว่าถ้าสัมผัสเธอนานเกินไปจะไม่อยากปล่อยมือ
หลินเฉิงเฟิงมองเซี่ยเหอตรงหน้า แววตายิ่งพร่าเลือน เขาหอบหายใจหนัก เส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปน
“นี่แหละ... เวลาฝึกแล้ว!”
ทุกคนต่างมีความปรารถนาทางเพศ บางคนมาก บางคนน้อย
ปกติแล้วผู้คนอาจข่มมันไว้ ไม่คิดถึงมันก็ได้
แต่เมื่อความปรารถนาถูกปลุกขึ้นมา แรงกระตุ้นและความรู้สึกร้อนรุ่มราวกับไฟลนก็ทำให้คนเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน
มีแต่ความอยากจมดิ่งลงสู่ทะเลแห่งตัณหา เรื่องอื่นล้วนไม่สำคัญอีกต่อไป
หลินเฉิงเฟิงก้าวขาอย่างยากลำบาก เดินไปนั่งขัดสมาธิอยู่ด้านข้าง
คราวนี้ไม่มีทางลัด มีแต่ต้องกัดฟันทนเท่านั้น
รักษาจิตใจให้มั่น อย่าปล่อยให้ความคิดใคร่ครอบงำ
ทำใจให้สงบ อย่าปล่อยให้ความปรารถนานั้นลากไป
สงบใจไว้ อย่าคิดอะไรทั้งนั้น ในเวลานี้ความคิดใด ๆ ล้วนกำลังหลอกลวงตัวเอง
หลินเฉิงเฟิงพยายามสะกดจิตตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ไฟปรารถนากลับโหมแรงขึ้นเรื่อย ๆ
คราวนี้มีดกรีดกระดูกเล่นงานหนักกว่าครั้งแรกมาก!
ตอนเซี่ยเหอฟื้นขึ้นมา เธอก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ช่วงล่าง
สุดท้ายก็ยัง...
หืม?
เซี่ยเหอลองคลำดู จึงพบว่าความเจ็บแปลบไม่ได้มาจากตรงนั้น แต่เกิดจากรอยเล็บหลายรอยที่ตกสะเก็ดแล้วบนหน้าแข้งกับต้นขาของตัวเอง
นี่มัน...
ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเป็นฝีมือผู้ชายคนนั้นแน่
เซี่ยเหอกัดริมฝีปาก ในใจทั้งประหลาดใจและไม่ยินยอม
ล้อกันเล่นหรือไง?!
มือแทบจะยื่นไปถึงตรงนั้นอยู่แล้ว ยังอดใจไหวอีกเหรอ แกนี่กลับชาติมาเกิดเป็นขันทีหรือไงวะ?
คราวนี้ฉันลงมือสุดแรงแล้วนะ ถ้าเขายังไม่เสียการควบคุมอีก ฉันก็คงหมดทางจริง ๆ
“ไอ้ขันทีตายด้าน!”
เซี่ยเหอสบถ ก่อนจะพิงกำแพงอย่างอ่อนแรง
ไอ้ขันทีนี่มือหนักชะมัด ทุ่มฉันลงพื้นอย่างกับจะเอาให้ตาย
รู้อยู่แล้วว่าความ “อ่อนโยนเอาใจใส่” ตอนเช้าเป็นแค่ภาพลวงตา
เซี่ยเหอขุ่นเคืองใจสุดขีด
ยังต้องแกล้งทำตัวว่านอนสอนง่ายต่อหน้าเขาอีกเหรอ?
หมอนั่นไม่หลงกลอะไรแบบนี้หรอก
ไม่สิ ไม่ได้ ฉันจะยอมแพ้ไม่ได้ ต้องอดทนไว้ให้ได้
เขาทนได้ทุกครั้งไปไม่ได้หรอก!
เซี่ยเหอปลอบใจตัวเอง
แค่ยังมีชีวิตอยู่ ก็ต้องมีความหวังสักวัน
ในขณะเดียวกัน ภายในลานบ้าน
หลินเฉิงเฟิงแช่ตัวอยู่ในโอ่งน้ำใบใหญ่ น้ำใสเย็นเฉียบที่เดิมทีอยู่ในนั้นถูกความร้อนจนกลายเป็นน้ำอุ่นไปแล้ว
ซ่า!
หลินเฉิงเฟิงโผล่หัวขึ้นมา ดวงตาคมกระจ่างคู่นั้นมีประกายพลังสงบนิ่งอยู่ภายใน
ในที่สุดก็ผ่านมันมาได้!
หลินเฉิงเฟิงกระโดดพุ่งขึ้นจากโอ่งน้ำ ก่อนลงพื้นด้วยเท้าเปล่า แล้วออกหมัดกลางอากาศภายในลานบ้าน
ไอร้อนยังคงพวยพุ่งออกจากร่าง หยดน้ำบนตัวระเหยกลายเป็นไอหมอกสีขาวเป็นสาย
ราวกับเซียน
ครั้งนี้เวลาผ่านไปถึงครึ่งชั่วโมง หลินเฉิงเฟิงจึงค่อย ๆ หยุดลง
【ค่าประสบการณ์หมัดทงเป้ย +7200】
【หมัดทงเป้ย: เลเวล 9 (60800/100000)】
ก็ใช้ได้
หลินเฉิงเฟิงค่อย ๆ ปรับลมหายใจให้เป็นปกติ
การอดทนคราวนี้ยากกว่าครั้งก่อนอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ยังดีที่เขามีประสบการณ์จากครั้งแรก จึงไม่ได้ไร้การเตรียมตัวเสียทีเดียว
ถ้าครั้งแรกต้องเจอกับความรุนแรงระดับนี้ หลินเฉิงเฟิงคงทนไม่ไหวจริง ๆ
ปีศาจสาวเซี่ยเหอถือว่าทำเรื่องดี ๆ ให้เขาโดยไม่รู้ตัว
ตอนนี้ขอแค่ทำตามแผน ฝึกฝนต่อโดยอาศัยปีศาจสาวเป็นตัวช่วย บางทีเขาอาจมีโอกาสเอาชนะจางหลิงอวี้ในพิธีบวงสรวงหลัวเทียนได้อยู่บ้าง
หลินเฉิงเฟิงไม่เคยมองคนทั้งใต้หล้าว่าด้อยกว่า แต่ก็ยังมีความทะเยอทะยานอยู่ในใจ
หลายปีมานี้เขาฝึกหมัดทงเป้ยอย่างหนัก มุ่งมั่นกับสิ่งเดียวจนเชี่ยวชาญถึงขีดสุด ทั้งหมดก็เพื่อให้มีความสามารถเฉพาะตัวโดดเด่นเหนือคนอื่น
บางครั้งการรู้วิชาหลายแขนงไม่ได้แปลว่าคนผู้นั้นมีฝีมือ แต่การฝึกวิชาหนึ่งจนถึงขีดสุดกลับแสดงความสามารถของคนได้ดียิ่งกว่า
ถอยไปอีกขั้น ต่อให้หลินเฉิงเฟิงไม่ได้ครองอันดับหนึ่งในการประลองพิธีบวงสรวงหลัวเทียน ขอเพียงแสดงหมัดทงเป้ยเลเวลสูงสุดออกมาได้ วันข้างหน้าเขาก็ย่อมมีที่ยืนในแวดวงผู้มีพลังพิเศษ
เมื่อมีรากฐานเช่นนี้แล้ว การตามหาวิชาที่เหมาะกับตัวเองก็ยิ่งมีหวังมากขึ้น
กลับถึงห้อง หลินเฉิงเฟิงเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วหยิบยาจากห้องเก็บของมาส่วนหนึ่ง เตรียมไปดู “อุปกรณ์ฝึก” ของตัวเอง
ตอนที่ความปรารถนาพุ่งถึงขีดสุดเมื่อครู่นี้ หลินเฉิงเฟิงลงไม้ลงมือกับเซี่ยเหอไปแล้ว
ระหว่างอดทน เขาคงข่วนขาเซี่ยเหอจนเป็นแผลด้วย
หลินเฉิงเฟิงไม่ได้รู้สึกผิดอะไรนัก แค่กลัวว่าเซี่ยเหอจะมีแผลเป็นจนดูไม่สวย แล้วแรงดึงดูดที่มีต่อเขาจะลดลงก็เท่านั้น
ขาเรียวขาวยาวคู่นั้น ถ้ามองอย่างเป็นกลางแล้วก็ถือว่าไม่เลวเลย
หลินเฉิงเฟิงผลักประตูห้องลับเข้าไป
ร่างของเซี่ยเหอสั่นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
