ความเดือดดาลในใจชิวสื่อหมิงปะทุขึ้นไม่หยุด รอยยิ้มสุภาพที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าหุบลง คางเชิดขึ้นเล็กน้อย เธอประสานสายตากับอีกฝ่าย สีหน้าไร้อารมณ์ ทั้งคู่จ้องหน้ากันไม่ยอมถอย
สาวผมสั้นขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร “ให้เธอไปเตรียมตัวเถอะ”
พอออกจากห้องมาได้ เซียวหมิงก็พรั่งพรูคำบ่นออกมาราวกับปืนกล เสียงเบามากแต่พูดเร็วสุด ๆ “แม่คุณเอ๊ย ยอมให้คุณเป็นแม่ฉันเลยก็ได้! บอกให้เก็บอาการหน่อย คุณกลับไปจ้องตาเขาอีกแล้ว!”
ชิวสื่อหมิงไม่คิดว่าตัวเองทำอะไรผิดสักนิด “ฉันไม่ได้เป็นฝ่ายขอมาไลฟ์เดี่ยวทดลองสักหน่อย แค่ทนไม่ได้ที่เขาวางท่าเย่อหยิ่ง มองใครอยู่กัน คิดว่าฉันติดหนี้เขาหรือไง”
เซียวหมิงพาเธอเดินไปทางห้องแต่งหน้า พลางเกลี้ยกล่อมอย่างสุดใจ ปากพูดไม่หยุดตลอดทาง “เขาหยิ่งก็เพราะมีทุนให้หยิ่ง เดือนที่แล้วห้องไลฟ์เยว่ซานหูยังมีคนดูออนไลน์เฉลี่ยไม่ถึงพันเลย เดือนนี้คนดูเฉลี่ยขึ้นไปเกินห้าพัน ยอดเงินไหลเข้าก็เพิ่มขึ้นหลายเท่า เข้าสู่ระดับแถวหน้าของห้องไลฟ์ไปแล้ว โมเดลใหม่ก็เป็นความคิดของเขาเอง ผลงานจับต้องได้ทั้งนั้น จะหยิ่งสักหน่อยแล้วมันยังไง”
ผลงานก็ไม่ได้ทำให้เธอได้อะไรสักหน่อย เรื่องของคนอื่นมาเกี่ยวอะไรกับเธอ ชิวสื่อหมิงจึงไม่ตอบ เดินเข้าไปหาห้องแต่งหน้าว่าง ๆ ห้องหนึ่ง “พอแล้ว ๆ ฉันรู้แล้ว ก็แค่ไลฟ์เดี่ยวทดลองสองวันไม่ใช่เหรอ ฉันจะพยายามอดทนก็แล้วกัน”
ดึงห้องไลฟ์ที่แทบจะไปไม่รอดให้มียอดคนดูได้ขนาดนี้ แสดงว่ามีฝีมืออยู่จริง ชิวสื่อหมิงไม่ใช่คนไม่รู้จักแยกแยะ เธอยังให้ความเคารพคนเก่งอยู่บ้าง ขอแค่อีกฝ่ายไม่มาหาเรื่องเธอก็พอ
