*
ภายในห้องรับแขกของตระกูลหยุน บิดาของซ่งจัดเนกไทให้เรียบร้อยอย่างเคร่งขรึม ก่อนเลื่อนรายการสินสอดฉบับหนึ่งไปตรงหน้าบิดามารดาของหยุนอู้
ส่วนหยุนอู้กับซ่งอวี่ไป๋นั่งอยู่บนโซฟาด้านข้าง ตอนนี้ใบหน้าของหยุนอู้ยังคงแดงระเรื่อ
เพราะเมื่อครู่บิดาของซ่งเห็นเธอกับซ่งอวี่ไป๋จูบกันเข้า ผลคือเธอตื่นเต้นจนเรียกเขาผิด
เมื่อครู่น่าจะเรียกคุณลุงซ่งแท้ ๆ แต่กลับหลุดปากเรียกเขาว่าพ่อเสียอย่างนั้น
“เฒ่าหยุน นี่เป็นสินสอดส่วนหนึ่งที่ฉันกับอวี่ไป๋ปรึกษากันแล้ว นายลองดูสิว่าเป็นยังไงบ้าง”
คุณลุงซ่งหน้าตาสุภาพเหมือนบัณฑิต แต่ทั้งวิธีพูดและน้ำเสียงกลับห้าวหาญเต็มเปี่ยม
ราวกับชุดสูทเรียบร้อยที่เขาสวมอยู่กำลังข่มนิสัยที่แท้จริงเอาไว้...
“เฒ่าซ่ง นาย...แน่ใจนะ?”
บิดาของหยุนเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ พลางถือรายการสินสอดไว้ในมือ เพราะการที่บิดาของซ่งมาหารือเรื่องแต่งงานถึงบ้านถือเป็นเรื่องใหญ่ของครอบครัว
ดังนั้นหยุนเยี่ยนอันกับซูอวิ้นจึงรีบออกจากบริษัทตามมาด้วย ตอนนี้ทั้งคู่นั่งอยู่ตรงข้ามหยุนอู้และซ่งอวี่ไป๋
“พ่อ ขอผมดูหน่อย”
หยุนเยี่ยนอันพูดจบก็รับรายการสินสอดใบนั้นมาจากมือบิดา
ตระกูลซ่งใจกว้างจริง ๆ ในรายการระบุเงินสินสอดเป็นเงินจริงอย่างน้อยแปดหลัก ส่วนงานเลี้ยงหมั้นและงานแต่งงานทั้งหมด ทางตระกูลซ่งจะเป็นผู้จัดการให้เอง
นอกจากนี้ยังมีอสังหาริมทรัพย์และกิจการร้านค้าภายใต้บริษัทซ่งกรุ๊ป ซึ่งโอนบางส่วนมาเป็นชื่อของหยุนอู้ด้วย
ข้อสุดท้ายยิ่งทำให้ตกตะลึง หยุนเยี่ยนอันกับซูอวิ้นทำงานในบริษัทมานาน ย่อมเข้าใจดีว่านั่นหมายถึงอะไร
“โอนหุ้นบริษัทซ่งกรุ๊ปร้อยละยี่สิบให้เสี่ยวอู้?”
หยุนเยี่ยนอันถามอย่างประหลาดใจ ก่อนเงยหน้ามองบิดาของซ่งกับซ่งอวี่ไป๋
สาเหตุที่บิดาของหยุนตกใจเมื่อครู่ก็เป็นเพราะเรื่องนี้ การโอนหุ้นไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลย
