*
แต่เช้าตรู่หยุนชิงซานก็ปั่นจักรยานไปทำงานที่กองการผลิตแล้ว วันนี้ถงฮุ่ยก็เข้าเมืองเช่นกัน ตอนนี้ที่บ้านจึงเหลือหยุนอู้อยู่คนเดียว
นางเองก็ทำงานบ้านเป็น แต่เพราะสุขภาพไม่ดี แถมยังไม่มีแรง หยุนชิงซานจึงไม่ยอมให้นางทำงานไม่ว่าจะพูดอย่างไร
ก่อนออกจากบ้าน หยุนชิงซานกับถงฮุ่ยทำอาหารไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งยังทำความสะอาดบ้านจนเอี่ยม ไม่จำเป็นต้องให้หยุนอู้ลงมืออีก
หยุนอู้กินข้าวเสร็จ กำลังล้างชามอยู่ จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังมาจากข้างนอก
ประตูรั้วบ้านของพวกเขายังเป็นประตูไม้ ห่วงเหล็กที่ติดอยู่ด้านบนกระทบกับบานประตู ส่งเสียงดังชัดเจนเป็นพิเศษ
หยุนอู้รีบวางชามกับตะเกียบในมือลง ก่อนสาวเท้าไปยังประตูไม้ที่ปิดสนิท
นางนึกว่าป้าหลินบ้านข้าง ๆ มาเอาของมาฝากอีกแล้ว แต่พอเปิดประตูดูกลับเห็นว่า…
“พี่ใหญ่สวี่?”
หยุนอู้จับขอบประตูไว้ สีหน้าฉายแววประหลาดใจ ชายร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตสีขาวยืนขวางอยู่หน้าประตูอย่างมิดชิด
เขาคือสวี่สิงโจว
ผิวสีทองแดงกับท่อนแขนกำยำแข็งแรงของเขาบ่งบอกว่าโดนแดดแผดเผาจนผิวคล้ำ แม้จะไม่ขาว แต่ดูสะอาดเรียบร้อย เมื่อประกอบกับผมสั้นเกรียนและใบหน้าหล่อเหลาได้รูปแล้ว…
เขามีรูปลักษณ์ดิบเถื่อนเจือความเกเร คิ้วตาคมคายเผยความเย็นชาอย่างชัดเจน
“พี่ใหญ่สวี่มาหาพี่ชายข้าหรือ?”
หยุนอู้ถามเสียงเบา ก่อนจะเปิดประตูที่แง้มไว้ให้กว้างขึ้น นางเงยหน้ามองเขา พลางคิดว่าเขาโตมาอย่างไรถึงได้สูงกว่านางมากขนาดนี้
