*
หลังจากนั้น หยุนอู้ปฏิเสธข้อเสนอของพ่อเสินหวยที่ต้องการมอบหุ้นส่วนหนึ่งของเครือเสินให้เธอ ก่อนจะเดินทางไปศึกษาต่อที่อเมริกาเพียงลำพัง
สามปีต่อมา
หลังเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ผู้คนบนถนนในเขตเมืองของอเมริกาก็ลดน้อยลงมาก ใต้ต้นไม้ริมทางเริ่มมีใบไม้แห้งร่วงทับถมกัน
หญิงสาวในเสื้อโค้ตตัวยาวสีเบจเดินเร่งฝีเท้าบนถนนที่เต็มไปด้วยใบไม้แห้ง รองเท้าส้นสูงสีอ่อนของเธอเหยียบย่ำจนเกิดเสียงกรอบแกรบแผ่วเบา
เธอรีบเดินมาถึงร้านตกแต่งเรียบง่ายสดใสแห่งหนึ่งริมถนน ซึ่งเป็นร้านดอกไม้
ทันทีที่ผลักประตูร้าน กระดิ่งลมด้านบนก็ไหวเบา ๆ หญิงสาวก้าวฉับ ๆ เข้าไปด้านใน
เด็กสาวผมบลอนด์ที่กำลังตัดแต่งดอกไม้อยู่ในร้านสังเกตเห็นเธอ
“หยุน วันนี้กลับเร็วจังเลยนะ”
สาวต่างชาติยิ้มสดใส พูดภาษาจีนได้คล่องพอสมควร
“วันนี้มีดอกไม้ที่ต้องไปส่งไม่มาก ฉันเลยจะกลับเร็วหน่อย ลิลลี่ พรุ่งนี้ต้องรบกวนเธอแล้วนะ”
“ไม่มีปัญหาเลย”
เด็กสาวผมบลอนด์ที่ชื่อว่าลิลลี่ตอบรับพร้อมรอยยิ้ม หยุนอู้มองท้องฟ้านอกหน้าต่าง ตอนนี้ยังไม่มืด เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจช่วยลิลลี่ตัดแต่งกิ่งดอกไม้อีกสักหน่อยค่อยกลับ
หยุนอู้เปิดร้านดอกไม้แห่งนี้เมื่อปีก่อน ลิลลี่เป็นเด็กสาวที่เธอรู้จักระหว่างเรียนต่อต่างประเทศ และยังทำงานพิเศษที่ร้านเพื่อหารายได้เสริมด้วย
เผลอแวบเดียว เธอก็มาอยู่ที่อเมริกาครบสามปีแล้ว
ชีวิตเนิบช้าในต่างแดนทำให้หยุนอู้ค่อย ๆ เลือนลืมความทรงจำในอดีตไป
ตอนนั้นเธอปฏิเสธคำขอของอวี๋เหวินที่อยากไปเรียนต่อต่างประเทศเป็นเพื่อน แล้วเดินทางมาอเมริกาคนเดียว เธอยังคงติดต่อกับซูจิ่งเฉิน ซืออวี้ จี้หมิงเซวียน และหลินเสี่ยวเสี่ยวเป็นครั้งคราว
ปีนั้นซูจิ่งเฉินถึงกับคิดจะตามไปอยู่ข้างกายหยุนอู้ แต่ถูกพ่อเขาซ้อมเสียก่อน เพราะซูจิ่งเฉินเป็นลูกชายคนเดียวของตระกูลซู พ่อของเขาจึงลากตัวกลับไปสืบทอดกิจการของตระกูล
ซืออวี้เป็นคนที่ขยันมาหาเธอมากที่สุด เขาบินมาอเมริกาเยี่ยมเธออยู่เรื่อย ๆ พร้อมของขวัญนานาชนิด ทั้งที่หยุนอู้เคยปฏิเสธเขาอย่างนุ่มนวลไปแล้ว
