*
ตอนที่หยุนชิงซานกับถงฮุ่ยออกมาที่ลานบ้าน จึงพบว่าพ่อหยุนพาถงเสี่ยวอวิ๋นกับถงฟู่กั๋ว ผู้ใหญ่บ้านมาด้วย
ถงฟู่กั๋วค่อนข้างอ้วน เสื้อไหมพรมที่สวมอยู่ตึงจนแทบปริ ข้างกายมีหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ในชุดฤดูใบไม้ร่วงทันสมัย บนศีรษะคาดที่คาดผมสีน้ำเงิน
นางคือถงเสี่ยวอวิ๋น
ทันทีที่ถงฮุ่ยเห็นนาง แววตาอ่อนโยนก็เย็นชาลงเล็กน้อย
“ลูกสะใภ้ วันนี้พ่อพาพ่อของเธอกับน้องสาวของเธอ เสี่ยวอวิ๋น มาด้วย พวกเขาตั้งใจมาขอโทษเสี่ยวอู้จริง ๆ”
พ่อหยุนพูดกับถงฮุ่ยด้วยรอยยิ้มกว้าง ถงฮุ่ยไม่อยากสนใจถงฟู่กั๋ว แม้เขาจะเป็นพ่อแท้ ๆ ของนาง และตอนพานางกลับบ้านก็เคยบอกว่าจะชดเชยให้เป็นอย่างดี
แต่ถงฟู่กั๋วก็ยังลำเอียงเข้าข้างถงเสี่ยวอวิ๋นที่เขาเลี้ยงดูมานานกว่าสิบปีอยู่ดี
หยุนชิงซานขมวดคิ้วเล็กน้อย วันนี้พ่อหยุนไม่ได้อยู่ในสภาพเมามายเหมือนทุกที แต่กลับยิ้มจนหน้าบาน
เขาสังเกตเห็นด้วยว่ากระเป๋ากางเกงของพ่อหยุนตุงแน่น มีมุมธนบัตรโผล่ออกมา จึงขมวดคิ้วแน่นแล้วรีบถามว่า
“พ่อรับเงินมาเหรอ?”
“ชิงซาน นั่นเป็นเงินที่ฉันให้พ่อของเธอเพื่อขอโทษ”
ถงฟู่กั๋วพูดด้วยท่าทางเป็นกันเอง จากนั้นก็ดึงถงเสี่ยวอวิ๋นเข้ามาหา
“เสี่ยวอวิ๋นยังไม่รู้ความ พอได้ยินว่าเด็กคนนั้นชื่อหยุนอู้ยังนอนโรงพยาบาลอยู่ ฉันก็รู้สึกไม่สบายใจมาก เลยให้เงินพ่อของเธอไปตั้งเยอะไว้จ่ายค่ารักษา”
“พี่เขยเกรงใจเกินไปแล้ว เงินนี่พอเข้าโรงพยาบาลได้ตั้งหลายครั้งเลยนะ”
พ่อหยุนพูดพลางลูบธนบัตรปึกนั้นในกระเป๋าอย่างชื่นอกชื่นใจ
“หลอกเสี่ยวอู้ขึ้นเขา เกือบทำให้เสี่ยวอู้ตาย แบบนี้ยังเรียกว่าไม่รู้ความได้อีกเหรอ?”
