*
ผลจากการเปิดเผยความในใจคือ วันรุ่งขึ้นหยุนอู้ถึงกับลุกจากเตียงไม่ไหว
เมื่อคืน นางแนบกายกับเขาด้วยใบหน้าแดงก่ำ พลางบอกว่านางก็ชอบเขาเช่นกัน ชายผู้นั้นชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนขอบตาจะแดงเรื่อ ราวกับกำลังจะร้องไห้ ทำเอานางตกใจไม่น้อย
เซียวหรงจิ่งตื่นเต้นจนแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่ เขากอดนางไว้แน่นอยู่นานกว่าจะสงบลงได้
แต่หลังจากนั้นทุกอย่างก็เลยเถิดจนหยุดไม่อยู่
วันรุ่งขึ้นหยุนอู้อ่อนเพลียแทบหมดแรง ก่อนเซียวหรงจิ่งจะไปว่าราชการตอนเช้า นางสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาครั้งหนึ่ง แล้วก็ถูกเขาปลอบประโลมจนหลับลึกต่อไป
หลังจากเซียวหรงจิ่งจัดการงานราชกิจในตอนเช้าเสร็จ ช่วงบ่ายเขาก็อยู่เป็นเพื่อนนางในตำหนักบรรทมไปพลาง จัดการฎีกาไปพลาง
ฟ้าค่อย ๆ มืดลง หยุนอู้ถึงได้ตื่นขึ้นมา
“อืม...”
นางขยี้ตาที่ยังงัวเงีย พอลืมตาขึ้นก็เห็นแสงเทียนที่จุดไว้แล้ว
ตอนเที่ยงชุนซิ่งปลุกนางขึ้นมากินอาหารกลางวันเล็กน้อย จากนั้นนางก็หลับยาวมาจนถึงตอนนี้
เซียวหรงจิ่งได้ยินเสียงเคลื่อนไหว ก็รีบวางฎีกาที่กำลังอ่านอยู่แล้วก้าวยาว ๆ มานั่งข้างเตียง
ทุกวันนี้พอหยุนอู้เห็นเซียวหรงจิ่ง ใบหน้าก็ร้อนผ่าวขึ้นมา ความทรงจำเมื่อคืนหวนกลับมาราวกับคลื่นถาโถม
ติ่งหูเล็ก ๆ ของนางแดงก่ำแทบหยดเลือด นับตั้งแต่แต่งงานกันมาครึ่งเดือน คืนที่ผ่านมานับว่าร้อนแรงที่สุด นางอับอายจนแทบอยากมุดดินหนี
“อาอู้...”
