*
ภายในห้องทำงานชั้นบนสุดของสำนักงานใหญ่เครือบริษัทเสิ่น ผู้ช่วยเหลียงเคาะประตูก่อนจะรีบเดินเข้ามา ฝีเท้าของเขาค่อนข้างเร่งร้อน
เสินหวยกำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน เสื้อเชิ้ตที่สวมเรียบร้อยคู่กับเนกไทสีดำทำให้เขาดูเนี้ยบไร้ที่ติ
เขาเพิ่งเซ็นเอกสารเสร็จ พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นผู้ช่วยเหลียงเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเร่งรีบ
“มีอะไร?”
“ท่านประธานเสิน คนทางนั้นบอกว่าคุณชายซูออกจากประเทศเอ็มแล้วครับ วันกลับถึงประเทศก็ไปหาคุณชายซือ แถมยังอยู่ที่บ้านตระกูลซือเกือบสองชั่วโมงกว่าจะออกมา”
ผู้ช่วยเหลียงรายงาน เสินหวยชะงักมือที่กำลังถือปากกาเซ็นชื่อ ดวงตาสีเข้มวูบไหวด้วยประกายเย็นเยียบ
จากนั้นก็ฟังผู้ช่วยเหลียงพูดต่อ
“นอกจากนี้ พวกคุณชายซูยังแอบถอนคนที่ออกตามหาคุณหนูหยุนไปแล้วด้วยครับ ตอนนี้ภายนอกดูเหมือนไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเลย...”
เสียงปากกาตกกระทบพื้นดังแกร๊ก ผู้ช่วยเหลียงก้มหน้า ไม่กล้าพูดอะไรต่อ
สีหน้าเสินหวยเคร่งขรึม เขายกมือถอดแว่นกรอบทองออก ดวงตาดำสนิทคู่นั้นจับจ้องพลางครุ่นคิด
จู่ ๆ คล้ายเขาจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง ดวงตาคมกริบพลันเงยขึ้น
“ต้องเป็นเพราะพวกนั้นพบอะไรเข้าแล้วแน่...”
เสินหวยพึมพำเสียงต่ำ ก่อนจะโยนแว่นในมือลงบนโต๊ะ ลุกขึ้นหยิบเสื้อสูทสีดำที่แขวนอยู่ข้าง ๆ
“เตรียมรถ! ตอนนี้ฉันจะกลับไป”
เสินหวยก้าวฉับ ๆ ออกไปอย่างรวดเร็ว ผู้ช่วยเหลียงได้สติในไม่ช้า รีบเดินตามหลังเขาไปติด ๆ
เสินหวยครุ่นคิดอีกเล็กน้อย ก่อนจะกำชับผู้ช่วยเหลียงว่า
“ฉันจะขับรถไปคนเดียว นายพาคนสองสามคนไปแถวตระกูลเสิ่นให้เร็วที่สุด ถ้าเห็นรถของซูจิ่งเฉินกับพวกเขาผ่านไป ให้สกัดไว้ทันที”
“ครับ!”
เสินหวยกำชับเสร็จก็เดินเร็ว ๆ เข้าไปในลิฟต์ส่วนตัวเพื่อลงไปชั้นล่าง ขณะที่ตัวเลขชั้นบนหน้าจอลดลงเรื่อย ๆ
อารมณ์ของเขาก็ยิ่งกระสับกระส่ายและหงุดหงิด เขาจะกลับไปคนเดียวเพราะกลัวว่านี่อาจเป็นกับดักของซืออวี้กับพวกนั้น
ถ้าพวกเขายังไม่รู้ตำแหน่งที่แน่ชัดของหยุนอู้ การพาคนไปมากมายอย่างเอิกเกริกก็อาจทำให้เขาเผยพิรุธ
