*
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง หยุนอู้ก็มาอยู่ในพื้นที่เสมือนแล้ว
หยุนอู้ยังคงอยู่ในท่านั่งยองบนพื้น ขอบตาแดงระเรื่อ ปลายหางตามีหยาดน้ำตาใสเกาะพราว
แขนทั้งสองของนางยื่นออกไปเล็กน้อย สั่นระริก คงท่าที่ตั้งใจจะกอดตอบเสิ่นโม่เอาไว้
“โฮสต์คนดี!”
เสี่ยวไป๋โผเข้ามา ส่งเสียงร้องโอ๊ย ก่อนจะร่วงลงบนพื้นตรงหน้าหยุนอู้
“เมื่อครู่ฉันสัมผัสได้ว่ามิติของโลกนั้นเกิดความผันผวน เลยรีบเรียกโฮสต์กลับมาทันที เกิดอะไรขึ้นเหรอ?!”
“ฉันฟื้นความทรงจำในโลกนั้นแล้ว...”
เสียงของหยุนอู้แผ่วเบา นางยังตั้งตัวไม่ติด มือที่ยื่นออกไปหมายจะกอดตอบกลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า จึงทำได้แค่หดกลับมาอย่างหดหู่
“อะไรนะ?!!!”
เสี่ยวไป๋สะบัดปีกอวบ ๆ ราวกับขนพองฟูด้วยความตกใจ ก่อนจะตกลงพื้นอีกครั้ง มันรีบทรงตัวขึ้น ลูบหัวพลางเอ่ยด้วยสีหน้าตื่นตะลึงว่า
“นี่เป็นสิ่งที่ระบบกำหนดไว้แท้ ๆ ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะฟื้นความทรงจำได้”
“ฉันก็ไม่คิดเหมือนกัน แล้วเสิ่นโม่ในโลกนั้นก็ดูเหมือนจะฟื้นความทรงจำได้ด้วย ตอนสุดท้ายเขาพูดกับฉันแบบนั้น...”
หยุนอู้เอ่ยอย่างใจลอย แม้จะกลับจากโลกนั้นมายังพื้นที่เสมือนแล้ว หัวใจของนางก็ยังสั่นไหวอยู่
“เขา...เขา...เขาก็ด้วยหรือ!”
เสี่ยวไป๋ตกใจจนตีลังกาครั้งใหญ่ ก่อนจะถูกหยุนอู้ช่วยพยุงขึ้นมา
ขอบตาของหยุนอู้แดงเรื่อ ราวกับตัดสินใจบางอย่างได้แล้ว
“เสี่ยวไป๋ ส่งฉันกลับไปที”
กลับไปยังโลกแรกที่นางถูกบังคับให้หนีออกมา
