*
นับตั้งแต่ครั้งนั้นที่ใจอ่อนยอมให้ลั่วจิ่งฉือย้ายเข้ามาอยู่ในห้องด้วย เขาก็เกาะติดไม่ยอมไปไหนอีกเลย
หยุนอู้จึงเพิ่มม่านผืนหนาทึบกั้นกลางระหว่างเตียงทั้งสอง แล้วกำชับลั่วจิ่งฉืออย่างเด็ดขาดว่าเรื่องนี้ห้ามให้ผู้อื่นรู้เป็นอันขาด
แม้ในยุคสมัยของสำนักแห่งนี้ สตรีจะมีคู่บำเพ็ญเคียงข้างได้หลายคน แต่หยุนอู้ก็เห็นลั่วจิ่งฉือเป็นเพียงศิษย์ราคาถูกคนหนึ่งเท่านั้น
ตอนที่นางเพิ่งได้เป็นเซียนจุนแห่งสำนักเสวียนเทียน นางก็ปลีกตัวมาอาศัยอยู่บนยอดเขากุยซวีแห่งนี้แล้ว
ต่อมาเหล่าผู้อาวุโสพากันเกลี้ยกล่อมให้นางเลือกคู่บำเพ็ญสักคนในสำนักมาอยู่เป็นเพื่อน ไม่เช่นนั้นพวกเขาเห็นนางฝึกกระบี่และปิดด่านบำเพ็ญอยู่คนเดียวทุกวันจนเกรงว่านางจะฝึกจนเพี้ยนไปเสียก่อน
แต่หยุนอู้ก็ยังปฏิเสธอย่างหนักแน่น ที่จริงแล้วเป็นเพราะนางไม่รู้เลยว่าการมีคู่บำเพ็ญไปเพื่ออะไรกัน
นางมีพรสวรรค์โดดเด่นมาตั้งแต่เด็ก อีกทั้งยังชื่นชอบการบำเพ็ญเป็นพิเศษ จึงเอาแต่ฝึกกระบี่มาตั้งแต่เล็ก เมื่อฝึกสำเร็จก็ได้รับความคุ้มครองจากวิถีสวรรค์ มีเค้าลางของผู้ทรงคุณวุฒิ ก่อนจะได้รับการยกย่องให้เป็นเซียนจุน และร่วมกับผู้อาวุโสคนอื่น ๆ พิทักษ์สำนักเสวียนเทียน
ด้วยเหตุนี้ เซียนจุนหยุนอู้ผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็นอัจฉริยะด้านการบำเพ็ญ จึงเข้าใจเรื่องอื่น ๆ เพียงผิวเผินเท่านั้น
เช้าวันต่อมา หยุนอู้ก็ถูกลั่วจิ่งฉือปลุกขึ้นมาอีกจนได้
“ท่านอาจารย์ ถึงเวลาตื่นแล้ว...”
นางได้ยินเสียงใครบางคนเรียกอย่างงัวเงีย จึงดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัวแล้วฟุบลงบนเตียง หลับต่อไป
