*
คืนนั้นท้องฟ้าเพิ่งมืดลง หยุนอู้เก็บข้าวของเตรียมไปอาบน้ำ ในอ่างที่ถืออยู่มีชุดนอนสีชมพูวางอยู่ด้วย ตั้งใจว่าจะเปลี่ยนหลังอาบน้ำเสร็จ
แต่ตอนที่กำลังจะเข้าไปในห้องน้ำ สามีร่างสูงใหญ่กำยำของนางก็เดินออกมาจากครัว หลังล้างจานเสร็จแล้ว
หยุนอู้นึกว่าเขาคงจะรอให้นางอาบเสร็จแล้วค่อยอาบต่อ ใครจะคิดว่าเขากลับดึงเสื้อผ้าสะอาดกับผ้าขนหนูจากราวตากผ้าข้าง ๆ แล้วเดินตรงมาหานาง
“ต้มน้ำไว้แล้ว เจ้าอาบคนเดียวก็เปลืองน้ำ...”
สองวันนี้สวี่สิงโจวใจคันยุบยิบมานานแล้ว เขาคิดว่านางเป็นภรรยาที่ตนแต่งเข้าบ้านมา ทั้งสองก็ควรใกล้ชิดกันให้มากกว่านี้
เขามองใบหน้าเล็กขาวผ่องราวเครื่องเคลือบของหยุนอู้ แล้วลูกกระเดือกก็ขยับขึ้นลงสองครั้ง ก่อนเอ่ยว่า
“เพราะฉะนั้น ข้าต้องอาบกับเจ้าถึงจะได้”
“เป็นอย่างนั้นหรือ?”
หยุนอู้เงยหน้าถามอย่างสงสัย แต่ไม่นานก็เข้าใจขึ้นมา
ต้องไม่ใช่อย่างที่สวี่สิงโจวพูดแน่ เขาแค่คิดอยาก...
แก้มของหยุนอู้แต้มสีแดงระเรื่อ นางนึกขึ้นได้ว่าพี่สะใภ้ถงฮุ่ยเคยบอกว่าอย่าตามใจสวี่สิงโจวอยู่ร่ำไป จึงเผยอริมฝีปากนุ่มนิ่ม เตรียมจะปฏิเสธอย่างนุ่มนวล
แต่สวี่สิงโจวกลับเกาศีรษะแล้วพูดอย่างตรงไปตรงมาก่อนว่า
“ข้าทำงานในนาเหนื่อยมาทั้งวัน รีบอาบเสร็จจะได้รีบพัก ไม่ทำอะไรเจ้า...”
หยุนอู้นึกถึงภาพสวี่สิงโจวทำงานกลางทุ่งนา เหงื่อไหลท่วมตัวตลอดทั้งวัน ใจก็อดสงสารเขาไม่ได้
