*
หลังจากกินมื้อเช้าแล้ว หยุนอู้ก็ไปบริษัทพร้อมกับฟู่หานจือ ทั้งคู่ขึ้นลิฟต์ส่วนตัวไปยังห้องทำงานที่ใช้หารือเรื่องงานกันเป็นประจำ
ผู้จัดการของฟู่หานจือนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ไม่นานก็เลื่อนบทละครที่มีคนส่งมาเป็นตั้งไปวางตรงหน้าฟู่หานจือ
“หานจือ ปีนี้เราจะเริ่มรับงานละครโทรทัศน์กันแล้วนะ ช่วงนี้มีบทไม่น้อยเลยที่ส่งมาให้ฉันเพราะอยากให้คุณแสดง ลองเลือกดูสิ”
ผู้จัดการเป็นชายหน้าตาธรรมดา เขาทำงานเป็นผู้จัดการให้ฟู่หานจือตั้งแต่เจ้าตัวเข้าวงการมา แม้แต่ช่วงที่ลำบากที่สุดก็ยังไม่เคยหนีไปไหน
หยุนอู้นั่งอยู่ข้างฟู่หานจือ ตอนนี้เธอยังง่วงอยู่นิดหน่อย ทั้งที่เมื่อคืนเข้านอนค่อนข้างเร็ว ดูท่าเธอคงหลับสบายเกินไป จนตอนนี้ยังรู้สึกว่านอนไม่พอ
เธอนั่งตัวตรงบนโซฟา พลางฝืนความง่วงไว้ พอหันไปด้านข้างก็เห็นฟู่หานจือกำลังอ่านบทอย่างตั้งอกตั้งใจ
ใบหน้าด้านข้างของเขางดงามเป็นพิเศษ สันจมูกโด่งรับกับริมฝีปากบางได้อย่างพอเหมาะ คงเป็นอย่างที่แฟนคลับเรียกกันว่าสัดส่วนทองคำกระมัง
หยุนอู้มองใบหน้าหล่อเหลาของเขาอย่างเหม่อลอย ไม่คิดว่าการแอบมองจะถูกฟู่หานจือจับได้ เขาพลันหันมาสบตาเธอ
ผ่านไปหลายวินาที หยุนอู้ถึงได้สติ รีบหลุบตาลงแล้วทำทีเป็นไม่รู้ไม่ชี้ พลางจัดบทละครที่กระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะ
แต่แล้วบทเรื่องหนึ่งก็ดึงความสนใจของเธอ เธอจึงหยิบมันขึ้นมา
“ชอบบทนี้เหรอ?”
เสียงเย็นชาของฟู่หานจือดังขึ้นข้างหู แม้แต่ผู้จัดการก็เงยหน้ามองเธอด้วยความสงสัย
หยุนอู้พลิกดูบทอย่างกระดากอายเล็กน้อย ดวงตาหลุบต่ำ ขนตายาวกะพริบเบา ๆ
