*
ตอนหยุนอู้ทะลุมิติมาอย่างกะทันหัน โทรศัพท์ก็ไม่ได้ติดมาด้วย ทั้งเนื้อทั้งตัวมีเพียงเสื้อผ้าชุดนี้ชุดเดียว
เสื้อผ้าที่ถอดซักเมื่อวาน หยุนอู้แอบเอาไปแขวนไว้บนกิ่งไม้นอกถ้ำ ตอนนี้ก็แห้งแล้ว
ในถ้ำยังมีกองไฟที่เธอจุดขึ้นใหม่ก่อนเธอจะออกไป หยุนอู้จึงนั่งอยู่ห่างจากกองไฟไม่ใกล้ไม่ไกล
มือหนึ่งถือเสื้อสายเดี่ยวสีขาวของตัวเอง ส่วนอีกมือมีชุดชั้นในอยู่ชุดหนึ่ง
มีแค่ชุดเดียวจะพอเปลี่ยนได้อย่างไร เธอไม่อยากกลับไปตัวเปล่าอีกแล้ว… ต้องดัดแปลงเสื้อตัวนั้นให้ได้!
แต่โลกอสูรไม่มีอุปกรณ์พร้อมสรรพ เครื่องมือที่มีก็มีแค่ขวานหิน เชือกหญ้าอะไรพวกนั้น ไม่เหมือนหนังสัตว์ผืนใหญ่ที่แค่เอามาพันแล้วผูกก็เสร็จ
หยุนอู้เป็นคุณหนูที่ไม่เคยต้องหยิบจับงานบ้านงานเรือน จะไปทำงานละเอียดแบบนี้เป็นได้อย่างไร?
เธอง่วนอยู่พักใหญ่ แม้แต่จะฉีกเสื้อผ้าถักไหมพรมให้แยกออกเป็นสองส่วนก็ยังทำไม่ได้
“โมโหจะตายอยู่แล้ว!”
ใบหน้านุ่มนิ่มของหยุนอู้ฉายแววขุ่นเคือง เธอยกเสื้อขึ้นหมายจะโยนทิ้งไป
แต่พอยกขึ้นกลางอากาศก็ทำใจทิ้งไม่ลง รีบดึงกลับมา เพราะเสื้อผ้าจากโลกสมัยใหม่มีอยู่แค่ชุดนี้ชุดเดียว
หยุนอู้ยังคิดในใจว่า ปกติเวลาทะลุมิติมาไม่ใช่ว่าต้องมีนิ้วทองอะไรสักอย่างหรอกหรือ?
ทำไมฉันถึงไม่มีแม้แต่เส้นขนสักเส้นเลย!
วินาทีถัดมา เธอก็รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างตกใส่หัว แต่ดูท่าจะไม่ใช่ของหนัก จึงไม่เจ็บเลยสักนิด
