พอตรวจชีพจร หลินหน่วนก็พบว่าร่างกายของเซี่ยเจี๋ยมีปัญหาจริง ๆ
นางขมวดคิ้วน้อย ๆ สัมผัสได้ว่าภายใต้ชีพจรที่ดูแข็งแรงนั้น มีพลังเย็นเยียบสายหนึ่งไหลเวียนอยู่ไม่ขาด
หลินหน่วนได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบ:
【ยินดีกับโฮสต์ด้วย ปลดล็อกผู้ป่วย: เซี่ยเจี๋ย ความคืบหน้าในการรักษาปัจจุบัน 0%】
เอาเถอะ เมื่อมีระบบยืนยัน หลินหน่วนก็ยิ่งมั่นใจว่าเขาป่วยจริง ๆ!
แต่โรคนี้ช่างประหลาด คล้ายเกิดจากการถูกพิษ ทว่ากลับไม่ส่งผลต่อพละกำลัง เพียงชีพจรที่ติดขัดเข้าไปพันรัดเส้นชีพจร ทำให้เลือดลมไหลเวียนไม่สะดวก
หลินหน่วน: “……”
ความรู้สึกที่ไม่มีความลับหลงเหลืออยู่ต่อหน้าหมอแผนจีน ไม่ใช่เรื่องพูดเล่นเลยจริง ๆ
เข้าใจแล้ว ที่แท้เซี่ยเจี๋ยก็เป็นหมันนี่เอง ไม่รู้ว่าใครกันที่กล้าลอบวางยาพิษร้ายกาจเช่นนี้กับสัตว์เพศผู้ขั้นสีแดง
ระหว่างที่หลินหน่วนจับชีพจร เซี่ยเจี๋ยก็สังเกตนางเช่นกัน เมื่อเห็นสีหน้าของแม่สาวน้อยเปลี่ยนเป็นตั้งอกตั้งใจและเปี่ยมความมั่นใจ จู่ ๆ ความหวังริบหรี่ก็ผุดขึ้นในใจเขา
หมอผีเคยบอกว่าเขาถูกพิษตั้งแต่ยังหนุ่ม รากฐานเสียหายไปนานแล้ว บางทีแม่สาวน้อยคนนี้อาจมีวิธีพิเศษรักษาเขาได้?
พอรู้สาเหตุอาการป่วยของเซี่ยเจี๋ย หลินหน่วนก็ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด ในเมื่อเขาใช้การไม่ได้ แล้วนางจะกลัวอะไรอีก?
หลินหน่วนมองเซี่ยเจี๋ยด้วยสายตาประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนกล่าวว่า “อาการของท่านเป็นโรคที่รักษายาก อีกทั้งถูกพิษมานานแล้ว ต่อให้ใช้การไม่ได้ก็เป็นเรื่องปกติ ต้องมีความมั่นใจ ค่อย ๆ ปรับสภาพร่างกายไป เดี๋ยวก็ดีขึ้น”
“อย่ารู้สึกด้อยค่าไปเลย ข้าไม่รังเกียจท่านหรอก”
เซี่ยเจี๋ย: “……”
ถูกเปิดโปงอาการป่วยอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ ใบหน้าของเซี่ยเจี๋ยพลันสลับซีดสลับแดง
เขาพลิกตัวรวดเดียวก็กดหลินหน่วนไว้แน่น ร่างกำยำบดบังนางจนมิด เขี้ยวคมบดคลึงติ่งหูอันอ่อนไหวของนางแผ่วเบา ลมหายใจร้อนผ่าวพ่นรดซอกคอ
