นับดูวันเวลา หมอผู้วิเศษจากไปได้เจ็ดวันแล้ว
เดิมทีกำหนดไว้ว่าจะกลับภายในสามวัน แต่ผ่านไปเจ็ดวันก็ยังไม่กลับมา
เป็นไปได้อย่างยิ่งว่าเขาเกิดเหตุร้ายเข้าแล้ว
หากเป็นเจ้าของร่างเดิม นางคงยินดีที่ได้อยู่ว่าง ๆ เพราะหมอผู้วิเศษจากไปก็ไม่มีใครคอยบงการ นางไม่ต้องทำงานหนักแถมยังมีเนื้อกิน
ทว่าหลินหน่วนข้ามภพมา การที่หมอผู้วิเศษหายตัวไปเป็นเรื่องใหญ่ นางจำเป็นต้องรีบรายงานหัวหน้าเผ่าโดยเร็ว
หลินหน่วนเดินเข้าไปในกระโจมของหัวหน้าเผ่า
ของตกแต่งภายในยังคงเป็นสไตล์ชนเผ่า แม้จะเรียกได้ว่าไม่หรูหรา แต่ก็สะอาดเป็นระเบียบ
หัวหน้าเผ่าเป็นสตรีสูงวัยคนหนึ่ง เมื่อเห็นหลินหน่วนเข้ามา ก็เผยรอยยิ้มเอ็นดู “เสี่ยวหน่วนมาแล้วหรือ อยู่ที่โรงหมอผู้วิเศษช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง”
แม้สตรีน้อยตรงหน้าจะมีภาวะเจริญพันธุ์บกพร่อง ไม่อาจให้กำเนิดลูกได้ แต่ถึงอย่างไรนางก็เป็นสตรีมีค่ายิ่ง จะถูกปฏิบัติอย่างเลวร้ายมิได้
แต่หลินหน่วนไม่มีเวลาพูดคุยไร้สาระกับนาง จึงโพล่งเรื่องหมอผู้วิเศษหายตัวไปออกมาตรง ๆ
หัวหน้าเผ่าสีหน้าเปลี่ยนไปในทันใดสมดังคาด
ในโลกอสูรยุคโบราณ หมอผู้วิเศษไม่เพียงมีวิชาแพทย์ ทว่ายังเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของเหล่าชนเผ่าด้วย
หัวหน้าเผ่าจัดการกิจวัตรประจำวันของเผ่า ทว่างานพิธีกรรม งานศพ การผูกสัมพันธ์คู่ และการทำนาย ล้วนมีหมอผู้วิเศษเป็นผู้ดำเนิน
ไม่เพียงเท่านั้น หมอผู้วิเศษแห่งเผ่าแมวเซอร์วัลยังพิเศษยิ่งกว่า
เขามีฝีมือแพทย์สูงส่ง ชื่อเสียงระบือไกล เป็นสุดยอดหมอผู้วิเศษแห่งป่าพฤกษาสวรรค์
มนุษย์อสูรแกร่งกล้าจำนวนมากต่างมอบความคุ้มครองแก่เผ่าแมวเซอร์วัลด้วยความสมัครใจ เพื่อสร้างสัมพันธ์อันดีกับหมอผู้วิเศษ
เผ่าจึงเติบโตแข็งแกร่งขึ้นได้ จากเผ่าขนาดเล็กยกระดับเป็นเผ่าขนาดกลาง มีชนเผ่าเกินหนึ่งพันคน
หากหมอผู้วิเศษหายสาบสูญ เผ่าแมวเซอร์วัลย่อมสูญเสียความคุ้มครอง และตกต่ำลงกลายเป็นเผ่าเล็กอีกครั้งเป็นแน่
หัวหน้าเผ่าเอ่ยถามอย่างลนลาน “เช่นนั้น... เหล่าคนไข้ในโรงหมอผู้วิเศษ ยังปกติดีหรือไม่”
ปฏิกิริยาแรกของนางคือ ข่าวนี้จะแพร่งพรายออกไปมิได้เด็ดขาด ผู้ที่กำลังรักษาตัวในโรงหมอผู้วิเศษเวลานี้ล้วนเป็นมนุษย์อสูรที่มีฐานะไม่ธรรมดา บางคนมีตระกูลและอิทธิพลที่หนุนหลังอยู่ ซึ่งเผ่าแมวเซอร์วัลไม่อาจล่วงเกินได้
หลินหน่วนชะงัก ก่อนตอบว่า “สมุนไพรที่หมอผู้วิเศษทิ้งไว้ยังมีอีกไม่น้อย ผู้บาดเจ็บตอนนี้อาการยังคงที่”
หัวหน้าเผ่าถอนหายใจอย่างโล่งอกอย่างเห็นได้ชัด ทว่าประโยคถัดมาของหลินหน่วนก็ทำให้นางตาลาย “แต่สมุนไพรก็มีจำกัด หัวหน้าเผ่ารีบส่งคนไปตามหมอผู้วิเศษกลับมาเถิด”
หัวหน้าเผ่ารู้สึกชาหนังศีรษะ “ใช่แล้ว เป็นธรรมดาที่ต้องทำเช่นนั้น”
นางถามว่า “ก่อนหมอผู้วิเศษไป ได้บอกหรือไม่ว่าจะไปที่ใด”
หลินหน่วนส่ายศีรษะ “หมอผู้วิเศษเพียงบอกว่าจะไปหาสมุนไพรล้ำค่าชนิดหนึ่ง แล้วพาลูกศิษย์ออกเดินทางไป มิได้แจ้งข้าแต่อย่างใดว่ามุ่งหน้าไปแห่งหนใด”
พูดกันตามตรง เจ้าของร่างเดิมก็เป็นเพียงลูกจ้างตัวเล็ก ๆ ที่ไร้ตัวตน หมอผู้วิเศษไปที่ไหน เก็บสมุนไพรใด หามีพันธะต้องบอกนางไม่
สีหน้าหัวหน้าเผ่าหงอยลง เมื่อไร้เบาะแส การค้นหามนุษย์อสูรสามคนในป่าพฤกษาสวรรค์นี้ ช่างยากประหนึ่งงมเข็มในมหาสมุทร
ในใจนางเตรียมรับมือกับจุดจบที่เลวร้ายที่สุดแล้ว แต่ก็ยังอยากใช้ความพยายามให้ถึงที่สุด
นางเรียกเหล่านายพรานหนุ่มแห่งหน่วยล่าสัตว์มาหลายคน มนุษย์อสูรเหล่านี้เป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาชนเผ่ารุ่นใหม่เวลานี้
หลายคนปลุกพลังสายเลือดขั้นเหลืองสำเร็จ หนึ่งในนั้นรวมถึงหลินนั่วด้วย
หลินนั่วเพิ่งเดินเข้ามา สายตาก็จับจ้องหลินหน่วนเสียแน่นจนนางอึดอัดไปทั้งร่าง
โชคดีที่หัวหน้าเผ่าอยู่ตรงนี้ เขาจึงมิได้มารบกวนหลินหน่วน
หลังจากหัวหน้าเผ่าอธิบายสถานการณ์แล้ว ก็ออกคำสั่งว่า “พวกเจ้าทั้งหลาย จงนำตัวหมอผู้วิเศษกลับมาให้จงได้”
นางกำชับว่า “เรื่องนี้จงอย่าเพิ่งแพร่งพรายออกไปก่อน เกรงจะก่อความตื่นตระหนกในหมู่เผ่า”
ทุกคนรับคำด้วยความเคารพ
จากนั้นหัวหน้าเผ่าก็หันไปทางหลินหน่วน กล่าวว่า “เสี่ยวหน่วนเอ๋ย เหล่าคนไข้ในโรงหมอผู้วิเศษคงต้องรบกวนเจ้าชั่วคราว”
หลินหน่วนพยักหน้า “ข้าจะทำให้ดีที่สุด”
ด้วยข้อจำกัดต่าง ๆ นางไม่กล้ารับปากเต็มปากว่าจะรักษามนุษย์อสูรเหล่านี้ให้หายได้ ทว่าเมื่อมีระบบเยียวยา การประคองอาการบาดเจ็บของพวกเขายังพอทำได้
หัวหน้าเผ่ารีบบอกว่า “ลำบากเจ้าแล้ว อีกสองสามวันค่อยมารับเนื้อ หากมีข่าวคราวของหมอผู้วิเศษ ข้าจะแจ้งให้เจ้าทราบเป็นคนแรก”
หลินหน่วนกล่าว “ได้”
ออกจากกระโจมหัวหน้าเผ่า หลินหน่วนไปรับเนื้อส่วนของโรงหมอผู้วิเศษที่หน่วยล่าสัตว์ แล้วหมายจะกลับไป
แม้ว่าคะแนนระบบจะแลกอาหารได้ แต่มีเนื้อสดก็กินเนื้อสด คะแนนต้องเก็บไว้แลกของสำคัญกว่า
ทันใดนั้น เสียงของหลินนั่วก็ดังขึ้นข้างหลังนาง “หน่วนหน่วน...”
หลินหน่วนหันไปมองเขา
ไม่ว่านางจะอารมณ์ดีเพียงใด เมื่อเจอคนหน้าด้านยึกยือเช่นนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกรำคาญ “เจ้าไม่ไปตามหาหมอผู้วิเศษ มายืนทำอะไรแถวนี้”
หลินนั่วเห็นท่าทีหงุดหงิดของนางก็ไม่โกรธแต่อย่างใด เพราะในความทรงจำของเขา หลินหน่วนมีนิสัยเช่นนี้มาตลอด
นางเอาแต่ใจ ดื้อรั้น และโอหัง
ไม่นึกเลยว่าต่อให้กลายเป็นสตรีไร้ความสามารถในการมีบุตรแล้ว นิสัยนี้ก็ยังไม่เปลี่ยน
หลินนั่วกระแอมเบา ๆ “ข้ากับพี่น้องไปเอาอาวุธกับเนื้อแห้ง อีกครู่ก็จะออกเดินทาง”
จากนั้นเขากวาดตามองตะกร้าสะพายหลังของหลินหน่วน เห็นว่าเต็มไปด้วยสมุนไพรและเนื้อหนักอึ้ง ก็อดไม่ได้ที่จะพูดว่า “เจ้าเป็นแค่สตรีตัวเล็ก ๆ แท้จริงแล้วไม่ต้องทำงานหยาบพวกนี้ก็ได้”
“เจ้าคงรู้ดีว่าเจ้าสวยเพียงใด หากยอมลดตัวลงมา ถึงแม้จะผูกสัมพันธ์คู่ไม่ได้ ก็ต้องมีชายหนุ่มยินดีช่วยเจ้า”
หลินหน่วนเกือบจะหัวเราะทั้งที่โกรธ
ในโลกอสูร ชายหญิงจะให้กำเนิดบุตรได้ก็ต่อเมื่อผูกสัมพันธ์คู่กันแล้วเท่านั้น การไม่ผูกสัมพันธ์คู่ ความหมายโดยนัยก็คือหลินนั่วต้องการให้นางเป็นเพียงของเล่น โดยที่เขาไม่คิดให้คำมั่นสัญญาใด ๆ
แววตาหลินหน่วนเย็นชืด “หลินนั่ว เจ้าไม่ได้ตามจีบหลินเจียวเจียวอยู่หรือ เป็นอย่างไรเล่า มาเฝ้าตอแยข้าอยู่ที่นี่ ไม่กลัวนางเห็นหรือ”
ร่างหลินนั่วแข็งค้าง ย่ำเท้าถอยห่างออกไปตามสัญชาตญาณ
ใช่แล้ว เจียวเจียวเป็นสตรีที่มีภาวะเจริญพันธุ์ระดับกลาง นางกำลังเลือกคู่อยู่ในเวลานี้ หลินนั่วคอยแสดงตัวอยู่ข้างนางมาตลอด พยายามเอาชนะใจนางให้ได้
เขาจะทำเรื่องที่ให้เจียวเจียวเข้าใจผิดเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบมิได้
สตรีน้อยตรงหน้าจะงดงามเพียงใด ก็เป็นได้แค่สตรีไร้ความสามารถในการมีบุตร
หลินหน่วนเห็นแววตาของเขาที่ถอยหลังไปครึ่งก้าว มุมปากก็ยกยิ้มเย้ยหยัน หันหลังจากไปในทันที
เมื่อนางกลับมาถึงโรงหมอผู้วิเศษซึ่งตั้งอยู่กลางไหล่เขา หลินหน่วนก็ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ โชคดีที่ระบบเปลี่ยนแปลงร่างกายให้นาง มิฉะนั้นนางคงไม่มีแรงแบกของมากมายเช่นนี้กลับมาเป็นแน่
ในฐานะคนรักความสะอาด หลังจากหลินหน่วนเก็บเนื้อสดเรียบร้อยดีแล้ว ก็ลากสังขารอันอ่อนล้าไปยังตาน้ำพุด้านหลังโรงหมอผู้วิเศษ
ที่จริงเจ้าของร่างเดิมก็หมายปองตาน้ำพุแห่งนี้มานานแล้ว แต่หมอผู้วิเศษไม่อนุญาตให้นางอาบน้ำที่นี่
บัดนี้หมอผู้วิเศษหายตัวไป หลินหน่วนก็ไม่มีความจำเป็นต้องเกรงใจอีก
นางปลดกระโปรงหนังสัตว์ออกอย่างคล่องแคล่ว แล้วกระโจนลงในน้ำพุ
“อือ...”
นางถอนหายใจอย่างสุขสม ฤดูฝน อากาศร้อนอบอ้าวชื้นแฉะ การได้แช่กายในน้ำพุเย็นสบาย ชั่วพริบตาก็รู้สึกผ่อนคลายไปทั้งตัว
หลินหน่วนนอนพิงขอบสระพลางถูเนื้อตัวไปพลาง ชื่นชมทิวาราตรีแสนงดงามของโลกอสูรอย่างเงียบ ๆ
ในห้วงขณะนั้น เอง สัมผัสที่ลื่นเย็นก็ลูบไล้มาบนข้อเท้าของนาง
เย็นเฉียบและเหนียวหนืด คล้ายกับรยางค์ของสัตว์ลำตัวอ่อนนิ่มชนิดใดสักอย่าง กำลังพันรอบข้อเท้านางและดึงรั้งแผ่วเบา
ความหวาดกลัวบีบรัดลมหายใจของหลินหน่วน หลังจากนางนิ่งงันไปครึ่งวินาที ก็แผดเสียงร้องอย่างแหลมปรี๊ด
“อ๊ากกก!—”
นางพยายามลุกขึ้นอย่างรุนแรง แต่ก้นสระลื่นเกินไป ก้าวหนึ่งก็เซถลา จมดิ่งลงไปในน้ำ
“จ๋อม!”
ชั่วขณะที่ร่วงลงน้ำ สมองของหลินหน่วนมีเพียงคำเดียว—จบกัน
ในน้ำพุนี้มีปีศาจร้าย โอ๊ยยย!
วินาทีต่อมา เสียงสายน้ำสาดกระเซ็นดังซ่า หลินหน่วนรู้สึกราวฟ้าดินหมุนกลับ เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง นางก็เห็นใบหน้างามราวประติมากรรม
ชายหนุ่มไว้ผมสั้นสีครามน้ำทะเล แต่ดวงตากลับดำขลับดุจหมึกสีเข้ม ใบหน้าคมคาย หางตาหยักโค้งเย้ายวนใจ
ท่อนแขนที่มีกล้ามเนื้อเรียบเนียนสมบูรณ์ของเขา กำลังอุ้มร่างหลินหน่วนไว้อย่างมั่นคง
ผิวพรรณของเขาภายใต้แสงจันทร์ส่องประกายงามบริสุทธิ์ มีจุดสว่างสีฟ้ากระจายอยู่ทั่วร่างอย่างเป็นจุด ๆ ราวกับแมงกะพรุนในท้องทะเล
ลมหายใจของหลินหน่วนหยุดชะงัก
รูปโฉมของชายคนนี้จัดอยู่ในขั้นทัดเทียมกับจิ้งจอกเก้าหางอย่างเสวี่ยเจี้ยน
เพียงแต่เสวี่ยเจี้ยนนั้นเยือกเย็น ส่วนเขายั่วยวนใจเยี่ยงปีศาจแห่งวารี
“เจ้าไม่เป็นไรนะ”
ชายหนุ่มเอ่ยปาก เสียงทุ้มต่ำ แต่กลับมีหางเสียงชวนหลงใหล