เมื่อเวินชิงจือผู้เป็นแก้วตาดวงใจเกิดเรื่องขึ้น ทั้งจวนหย่งกั๋วก็พลันอลหม่านไปหมด
นางหลิวกอดเวินชิงจือที่ล้มลงไว้ พลางร้องไห้กล่าวโทษเวินซานจิน
“ดาวกาลกิณี! เจ้ามันดาวกาลกิณี! เป็นเจ้านั่นแหละที่ทำให้ชิงจือของข้าต้องเป็นเช่นนี้ เหตุใดคนที่กระอักเลือดจึงไม่ใช่เจ้า!”
น้ำตาของนางไหลพรั่งพรูราวกับไม่ต้องใช้เงินซื้อ เศร้าโศกยิ่งกว่าตอนเครื่องประดับถูกยึดไปเสียอีก แตกต่างจากความเสแสร้งยามกลางวันราวคนละคน เห็นได้ชัดว่านางรักเวินชิงจือจากใจจริง
เวินซานจินกดความเศร้าเล็กน้อยที่ผุดขึ้นในใจลงไป แล้วกลอกตาอย่างแรง
“ข้าเพิ่งกลับบ้านมาได้แค่วันที่สอง จะเป็นเพราะข้าได้อย่างไร? คงเป็นเพราะปกติท่านดูแลน้องชิงจือไม่ดี น้องชิงจือถึงได้กระอักเลือดหมดสติได้ง่ายเช่นนี้ ท่านเป็นมาราอย่างไร?”
นางหลิวโกรธจนพูดไม่ออก “เจ้า...เจ้าเป็นลูกอกตัญญู!”
“พอได้แล้ว! ก่อเรื่องกันพอหรือยัง!”
เมื่อเห็นเวินชิงจือหน้าซีดไร้สติ เวินเซี่ยวชิงที่ใช้ประโยชน์จากนางหลิวมาโดยตลอดก็ไม่อาจนั่งนิ่งได้อีก
เขาถลึงตาใส่นางหลิวอย่างดุดัน ก่อนหันไปจ้องเวินซานจิน
“คนมา! ลากลูกอกตัญญูคนนี้ไปขังไว้ หากไม่มีคำสั่งจากข้า ห้ามผู้ใดปล่อยนางออกมาเด็ดขาด!”
บ่าวรับใช้ทั้งหลายขานรับทันที เตรียมพาเวินซานจินออกไป
เวินเจียงซงอยากช่วยพูดแทนเวินซานจิน แต่สถานการณ์ตอนนี้ หากเขาเปิดปาก เกรงว่าจะยิ่งทำให้บิดาโกรธกว่าเดิม จึงทำได้เพียงส่งสายตาปลอบใจให้นาง บอกเป็นนัยว่าอย่ากลัว
เวินซานจินหาได้กลัวไม่ นางกำลังดีใจอยู่ต่างหาก
เมื่อเวินชิงจือหมดสติไปเช่นนี้ ในบ้านย่อมวุ่นวาย ไม่มีใครมาสนใจนางแน่
นางจะได้มีเวลาไปจัดการธุระของตนเองพอดี
เวินซานจินถูกขังไว้ในเรือนตะวันออกที่มีผีสิงอย่างยินดี บ่าวชายข้างกายกงหย่งกั๋ว เวินเซี่ยวชิง มองนางด้วยสีหน้าเย็นชาและสายตาดูแคลน “คุณหนูอยู่ในเรือนของตนเองแล้วทบทวนความผิดให้ดี รอจนรู้ว่าตนผิดแล้ว นายท่านย่อมปล่อยคุณหนูออกมาเอง”
