หลิวต้าหลางถึงกับพูดไม่ออก ใบหน้าขึ้นสีแดงสลับขาว
เขาด่าคนแก่ไม่รู้จักตายในใจ แต่กลับคิดคำพูดมาโต้แย้งไม่ออก
เพราะเรื่องการสมรสของบุตรสาวในบ้าน เขาจึงไม่กล้าโต้แย้ง ทำได้เพียงถลึงตาแล้วส่งสายตาเชือดเฉือนไปยังเวินหลาซานที่อยู่ข้างกาย
เวินหลาซานถูกส่งสายตาเชือดเฉือนใส่ จึงรีบวางถ้วยชาลง ก่อนเอ่ยกับมารดาอย่างไม่เห็นด้วยว่า “ท่านแม่ เรื่องนี้ก็ส่วนเรื่องนี้...”
“ส่วนเรื่องนี้อะไรกัน” ฮูหยินผู้เฒ่าถลึงตามองบุตรชายคนที่สามผู้เห็นคนอื่นดีกว่าครอบครัว มุมปากมีรอยยิ้มเย็นชา “ข้าว่าคนที่ควรถูกจัดการที่สุดก็คือเจ้าหลานเต่านี่แหละ!”
“ปีนั้นเจ้าร้องไห้โวยวายอยากแต่งกับบุตรสาวคนรองของบ้านสกุลหลิว ข้าขัดเจ้าไม่ได้ จึงยอมให้เจ้าแต่ง แต่เจ้าลองดูสิ หลายปีมานี้เจ้ามาเยี่ยมมารดาแท้ ๆ ของเจ้ากี่ครั้งกัน คนที่รู้ก็รู้ว่าเจ้าแต่งกับสตรีสกุลหลิว คนที่ไม่รู้คงนึกว่าเจ้าแต่งเข้าไปอยู่บ้านเขาเสียอีก!”
เวินหลาซาน “...”
เขาถูกมารดาด่ากราดจนแก้มแดงก่ำด้วยความอับอาย เงยหน้ามองหลิวต้าหลางที่นั่งไม่ติดเก้าอี้อยู่ข้าง ๆ แล้วส่งสีหน้าประมาณว่า “ช่วยไม่ได้จริง ๆ”
หลิวต้าหลางกัดฟัน ก่อนลุกขึ้นยืนอย่างขุ่นเคืองแล้วประสานมือคารวะ “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้น้อยขอตัวก่อนขอรับ”
เวินหลาซานเองก็อยากตามไปด้วย เพื่อให้ภรรยาที่บ้านได้กลับไปเยี่ยมบ้านเกิดบ่อย ๆ เขาจึงซื้อเรือนหลังนั้นที่อยู่ข้าง ๆ ไว้ เวลานี้เดินทางไปพร้อมหลิวต้าหลางก็ถือว่าไปทางเดียวกัน
