“ท่านหญิงใหญ่ เชิญรออยู่ที่นี่ก่อน อย่าได้เดินเพ่นพ่าน”
ซุนมามา หน้าตาตะปุ่มตะป่ำ นัยน์ตาเหี้ยมเกรียม ชายตามองเวินซานจินด้วยความรังเกียจ “มะรืนนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของคุณหนูชิงจือ งานใหญ่งานสำคัญยิ่งนักสำหรับจวนกั๋วกงของเรา ขบวนข้ารับใช้ต้องรีบเดินทางกลับ” “หากท่านเดินออกนอกลู่นอกทางจนผิดเวลา พวกข้ามิอาจออกตามหาได้”
ครึ่งเดือนก่อน ซุนมามาได้รับคำสั่งจากฮูหยินจวนกั๋วกงให้ไปรับตัวบุคคลจากสำนักเต๋าเล็ก ๆ อันห่างไกล จึงได้ทราบว่าในปีนั้นเกิดการสลับตัวบุตรสาวของจวนกั๋วกงโดยมิได้ตั้งใจ คุณหนูใหญ่ผู้สูงศักดิ์ที่ทั้งจวนรักราวไข่ในหินอย่างเวินชิงจือนั้นหาใช่สายเลือดโดยตรงของท่านกั๋วกงและฮูหยินไม่ บุตรสาวตัวจริงกลับถูกทิ้งอยู่ที่สำนักเต๋าชายขอบ!
ซุนมามาเหลือบมองบุตรสาวคุณหนูใหญ่ที่นั่งอยู่ข้างกาย อาภรณ์ปอนปะ กำลังขะมักเขม้นนับอีแปะสิบตำลึงอย่างเอาจริงเอาจัง เม้มปากอย่างดูแคลน ซื่อบื้อเซ่อซ่า ท่วงท่าโง่งม จะเทียบเทียมคุณหนูชิงจือได้สักเสี้ยวหนึ่งที่ไหน!
เวินซานจินกระตุกหู เก็บอีแปะสิบตำลึงสุดท้ายติดตัว เอี้ยวตัวกะพริบตาปริบ ๆ ตั้งแต่พบหน้ากัน ซุนมามาก็หาเรื่องเสียดสีนางทั้งออกนอกหน้าในที ยกยอคุณหนูชิงจือของนางไปเสียทุกประการ น่าเสียดายนักที่สีหน้าเข้มอาบเลือดของอีกฝ่ายมีวี่แววแห่งความตายฉายชัด กลับไปพบคุณหนูชิงจือของนางไม่ทันแล้วกระมัง
“อย่างไรก็ตาม สวรรค์นั้นย่อมมีเมตตาต่อผู้มีชีวิต”
ซุนมามาหมายจะออกจากที่นั่งขึ้นชั้นบน จู่ ๆ ก็ได้ยินคุณหนูใหญ่ท่วงท่าโง่งมผู้นี้เอ่ยวาจา เท้าจึงชะงักไปอย่างไม่รู้ตัว “ข้าพิจารณาดูมามาเห็นสีหน้าเข้มอาบเลือด วาสนายังมีอีกไม่มากนัก อยากเสียเงินยี่สิบอีแปะให้ข้าทำนายสักตำรับเพื่อรักษาชีวิตหรือไม่?”
ซุนมามา “...” มุมปากนางกระตุกยิก ๆ ก่อนกลอกตามองบนอย่างแรง “แทนที่จะให้ผู้ชราขอรักษาชีวิต คุณหนูใหญ่ลองพะวงถึงตัวท่านเองเถิด” นางเดินขึ้นชั้นบนอย่างไม่รีบร้อน “คุณหนูใหญ่ต้องมีชีวิตถึงเข้าเมืองหลวงให้ได้ก่อน”
เวินซานจินกะพริบตา ไม่ได้สนใจความผิดแปลกในวาจานาง เอาล่ะ ดูท่าการค้าครานี้คงไม่สำเร็จ
ระหว่างที่นางมามารุดเก็บข้าวของอยู่ชั้นบน เวินซานจินก็มองกวาดสายตาไปตามผู้คนในโรงเตี๊ยมอย่างไร้จุดหมาย ดูสิว่าจะหาเงินเพิ่มได้อีกหรือไม่ ไม่นาน นัยน์ตานางก็หยุดอยู่ที่กลุ่มองครักษ์ที่ท่วงท่าฮึกเหิม สีหน้าฉายแววร้อนรน อยู่ตรงประตู กลุ่มองครักษ์มีสี่ห้าคน เห็นชัดว่าหมายจะเข้าโรงเตี๊ยมหาข้าวกิน ทว่าเวลานี้เป็นยามอู่ โรงเตี๊ยมแน่นขนัด หาโต๊ะว่างสักตัวมิได้
องครักษ์หัวหน้ากวาดสายตาไปทั่ว ตรงเข้ากับดวงตาของเวินซานจินที่นั่งอยู่กับโต๊ะ เขาพิจารณาเวินซานจินตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนขมวดคิ้ว สาวเท้าก้าวพรวดเข้ามา “เด็กขอทานมาจากไหน มีเงินนั่งโต๊ะหรือไม่ รีบไสหัวไป!”
พูดพลาง เขาก็จิกต้นคอชุดของเวินซานจิน ยกขึ้นตรง ๆ ดึงตัวนางออกไป หันไปเอ่ยกับคนด้านหลัง “ไปตามคุณชายกับท่านซื่อเหย่ บอกว่าหาที่ทานข้าวได้แล้ว” ว่าแล้วก็หมายจะเรียกเสี่ยวเอ้อมาเก็บเศษอาหารที่เหลือ
เวินซานจินก้มหน้ามองชุดนักพรตบนตัวนาง ชุดนักพรตนี้ตัดตั้งแต่สมัยอาจารย์ยังอยู่ ถูกซักจนสีซีด มีรูเล็ก ๆ ประปรายสองรู ขาดก็ขาดหน่อย แต่สกปรกตรงไหน?
นางตบโต๊ะฉาด “ตึง” เสียงโต๊ะพร้อมถ้วยชามบนนั้นกระทบกันเปรี๊ยะพรั่บพรั่ม ชะงักความสนใจของทุกผู้คนในทันที เห็นองครักษ์ที่ลากนางออกมาจ้องมองมา เวินซานจินกอดอกขมวดคิ้ว “ข้าจ่ายเงินค่าอาหารทั้งโต๊ะนี้ เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาไล่ข้า?” นางเกลียดที่สุดเวลาใครไม่เห็นค่าเงินของนาง ถึงแม้อาหารมื้อนี้จะเป็นเงินของซุนมามาก็ตาม
“อีเด็กขอทาน เจ้ายังกล้าตอแหลอีก...” องครักษ์ถูกรังสีสายตาขบขันของแขกในโรงเตี๊ยมจ้องจนหน้าผัดหน้าซีด ยื่นมือหมายจะตบหน้าเวินซานจินสักฉาด ทว่าคำพูดยังไม่ทันสิ้น จู่ ๆ ก็มีเสียงกระแอมแผ่วเบาลอยมา
องครักษ์สะท้านไปทั้งร่าง รีบเก็บมือที่เงื้อไว้สูง ก้มคำนับคารวะไปทางประตู เวินซานจินมองตามเสียง ตาเป็นประกาย
บุญกุศลสุกสว่างเหลือเกิน! กลิ่นอายโชคชะตาแรงกล้านัก!
ชายหนุ่มคลุมเสื้อขนหมาจิ้งจอกดำบนรถเข็น มีคนเข็นเข้ามาด้านใน ชายหนุ่มอายุราวยี่สิบปี ผมดำยาวรวบสูง ดวงดุจดาว คิ้วเช่นกระบี่ สันจมูกโด่งสูง ทว่าสีหน้าซีดเซียว ท่วงท่าคล้ายประชวรหนักไร้ทางรักษา บุญกุศลส่องแสงทองอร่ามทั่วร่าง เข้มข้นจนเกือบเปลี่ยนเป็นสีม่วง พอเข้าใกล้ถึงขั้นเห็นเงารูปมังกรเลือนราง!
มือยกปิดริมฝีปากกระแอมเบา ๆ สองที ก่อนคลายคิ้วที่ขมวดแน่น เปลือกตาหนางอนยาวขยับขึ้น ดวงตาหงส์ชวนฝันคู่งามห่อหุ้มมณีนิลใสเป็นประกาย เหลือบมองมาอย่างแผ่วเบา น้ำเสียงนุ่มนวล ทว่ากลับทำให้องครักษ์ตรงหน้าเวินซานจินยืนตัวสั่น “เหลียงอู่ ขอโทษคุณหนูผู้นั้นเสีย”
องครักษ์นามเหลียงอู่ไม่กล้าลังเล ประสานมือคารวะเวินซานจิน “ข้าบุ่มบ่ามไปเอง หวังว่าคุณหนูจะให้อภัย” เวินซานจินโบกมืออย่างไม่ได้สนใจ ยังคงจ้องมองบุรุษบนรถเข็นไม่วางตา
รูปโฉมงามหมดจด ทว่าหาได้อ่อนช้อยสตรี หากสูงใหญ่กำยำจนแม้จะนั่งบนรถเข็นก็ไม่อาจปิดบังรูปร่างไว้ได้ กลับกันกลับเต็มไปด้วยไอสังหาร ...ดูท่าบุรุษผู้นี้จะเคยออกรบมาก่อน
บังเอิญเวลานั้นในโรงเตี๊ยมมีโต๊ะว่าง เสี่ยวเอ้อรีบสาวเท้าพากลุ่มคนเข้ามา ไม่นาน เสี่ยวเอ้อก็ยิ้มแย้มถือขนมสองจานเดินมา “คุณหนูขอรับ นี่ของโต๊ะนั้นให้มา บอกว่าเพื่อขอโทษคุณหนู”
เวินซานจิน “!” ขนมฟรี! นางมองตามนิ้วเสี่ยวเอ้อไป องค์ชายเสื้อหมาจิ้งจอกผู้นั้นโค้งริมฝีปากผงกศีรษะให้นาง ใบหน้าด้านข้างงามสง่าดั่งเซียน เวินซานจินชื่นอกชื่นใจ ได้กินขนมฟรี แถมได้มองคนงามล่มเมือง นับว่าลงจากเขาคราวนี้คุ้มค่าแล้ว!
เพียงแต่... ในใจพลันรู้สึกแปลกพิกล ยกนิ้วคำนวณดู แววตานางสว่างวาบในบัดดล!
อ้อ นี่ยังเป็นบุตรของสหายเก่าด้วย!
เวินซานจินยัดขนมเข้าปากเคี้ยวกร้วม แก้มตุ่ย ของฟรีนี่อร่อยนัก!
มือล้วงเข้าไปในย่ามน้อยที่พกติดตัว หยิบเหรียญทองแดงออกมาสองสามเหรียญ โยนลงบนโต๊ะ เหรียญทองแดงกลิ้งกร๊าก ๆ สองสามตลบ เผยให้เห็นลักษณะดวงชะตา
嗯...ดูท่าบุตรสหายเก่าคนนี้จะได้รับบาดเจ็บสาหัสในสนามรบ ครานี้ตั้งใจเดินทางมาหาจอมเทพเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บที่ขา นางกินขนมหมดไปหนึ่งชิ้นภายในสองสามคำ อัดเข้าไปอีกชิ้นเต็มปาก ทำนายอีกหนึ่งตำรับ เสี่ยงดวงดีร้ายในครานี้ 嗯...ดูท่าจะไม่ราบรื่นนัก
เก็บขนมที่เหลือห่ออย่างระวัง ซุกไว้ในอก นางเดินถือจานเปล่าเข้าไปหา “พวกท่านกำลังจะไปหาแพทย์หรือ?” นางชี้ไปนอกโรงเตี๊ยม “จอมเทพที่พวกท่านจะไปหานั้นกำลังจะออกเดินทางไกล กำหนดกลับไม่มีแน่ชัด กำลังเตรียมตัวออกเดินทางเดี๋ยวนี้ หากต้องการรักษาอาการป่วย รีบออกเดินทางทันทีจะดีที่สุด มิฉะนั้นไม่ทันการแน่”
สิ้นคำนาง สีหน้าคนทั้งโต๊ะเปลี่ยนไปในพริบตา พวกเขารีบเปลี่ยนขบวน ล้อมเวินซานจินไว้แน่นหนา เหลียงอู่ชักกระบี่ออกมาเค้นถามเสียงเข้ม “เจ้าเป็นพวกไหน ใครส่งเจ้ามา!”
พวกไหน? เวินซานจินกะพริบตาปริบ ๆ ถอนหายใจเงียบ ๆ บุตรสหายเก่าผู้นี้ศัตรูช่างมากมายเสียจริง!
“ข้าหาใช่พวกไหนไม่ เพียงเห็นแก่หน้าพระมารดาของท่านชายชุดดำผู้นี้ แจกแจงตำรับทำนายหนึ่งให้พวกท่านก็เท่านั้น” “...” เหลียงอู่หน้าตาบูดบึ้ง ฟันกรามขบกันกรอด ๆ กำลังหมายจะเอ่ยวาจา จู่ ๆ ก็ได้ยินเจ้านายข้างกายเอ่ยช้า ๆ “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าต้องการไปหาแพทย์”
“ย่อมคำนวณออกมา” เวินซานจินล้วงมือเข้าย่าม เหรียญทองแดงหลายเหรียญร่วงลงบนโต๊ะเปรี๊ยะพรั่บ มองเหรียญทองแดงประหลาดผิดธรรมดาบนโต๊ะ สีหน้าเหลียงอู่เปลี่ยนไป “เป็นจอมหมอดู!”
แคว้นหลิงเยว่ของพวกเขานับถือภูติผี เชื่อถือเซียนวิญญาณ จอมหมอดูมีสถานภาพสูงส่ง ไม่ถูกดูแคลน เป็นที่เคารพอย่างยิ่ง ทว่า...จอมหมอดูดี ๆ ที่ไหนแต่งตัวเยี่ยงขอทาน!
ซุนมามาลงมาจากชั้นบนพร้อมห่อข้าวของที่จัดเก็บเสร็จ ก็มาพอดีเห็นฉากที่คนกลุ่มนั้นกล่าวลาเวินซานจิน มอบทองคำให้นาง ท่วงท่าอีกฝ่ายสง่างามไม่ด้อยไปกว่าเจ้านายในจวนกั๋วกงของนางเลย แต่กลับยกย่องเวินซานจินว่า “ท่านจอมหมอดู” ไม่หยุดปาก ทำเอาซุนมามาแทบเซถลาไปข้างหลัง นางยังนึกว่าคุณหนูใหญ่ซื่อเซ่อผู้นี้จะเซอะซะ ทว่ากลับหัวไวราวกับปิศาจ!
ทั่วทั้งเมืองหลวงใครบ้างไม่รู้ว่าคุณหนูชิงจือของพวกนางเป็นศิษย์ของท่านกั๋วซือ เป็นศิษย์จอมหมอดูที่มีพรสวรรค์ที่สุดในหมู่สตรีสูงศักดิ์ การที่คุณหนูใหญ่คนนี้กล่าวว่าตนเป็นจอมหมอดู ก็เท่ากับหาเรื่องให้คุณหนูชิงจือของพวกนางโดยแท้!
ครั้นได้ยินอีกฝ่ายบอกเวินซานจินว่า หากมีเรื่องก็ไปหาเขาที่เมืองหลวงได้ ซุนมามาแทบอยากขบฟันตัวเองให้หัก 竟然是京城人士?! ยังไม่ทันถึงเมืองหลวง คุณหนูใหญ่ท่วงท่าโง่งมผู้นี้ก็หาที่พึ่งให้ตัวเองได้แล้ว?!
แววตาซุนมามาวาบด้วยจิตสังหาร คุณหนูใหญ่ผู้นี้ช่างก่อเรื่องนัก ดีที่คุณหนูชิงจือเตรียมการไว้แต่เนิ่น ๆ หาที่พึ่งได้แล้วอย่างไร นางไม่มีวันได้มีชีวิตถึงเมืองหลวง!
“ผัวะ” วางห่อข้าวของลงบนโต๊ะ ซุนมามาดุดัน “คุณหนูใหญ่ ออกเดินทางได้แล้ว!”