เมื่อเวินหลีเห็นคนผู้นั้น ลมหายใจก็ชะงัก ร่างแข็งทื่อยืนนิ่ง หัวใจทั้งดวงเต้นระส่ำ สิ่งที่เธอเพิ่งทำลงไป เขาเห็นหมดแล้วหรือ?
เธอรีบย้อนทบทวนการกระทำของตัวเองในหัว คิดว่ามิติถูกเปิดเผยหรือไม่ ตอนที่หยิบขวดยาออกมา เธอหยิบจากกระเป๋ากางเกง เวินหลีดีใจที่ตัวเองระมัดระวัง ไม่ได้ทำของโผล่กลางอากาศตามใจเพียงเพราะคนพวกนั้นสลบไปแล้ว ต่อให้ลู่เจ๋อชวนเห็น ก็คงคิดว่าเธอหยิบจากกระเป๋า
ยังดี!
คิดได้ดังนั้น เธอก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่
แต่แล้วใจก็กลับมาเต้นระส่ำอีกครั้ง ด้วยหูที่ไวพอควรตอนนี้ กลับไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของลู่เจ๋อชวนเลย ถ้างั้น... เขามาถึงตอนไหน?
ทั้งสองยืนเงียบอยู่อย่างนั้น ไม่มีใครพูด เมื่อเวลาผ่านไปทีละวินาที ใจของเวินหลีก็ยิ่งกระวนกระวาย
เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของชายหนุ่มในลานบ้านทำลายความเงียบ
ลู่เจ๋อชวนมองเห็นสีหน้าเวินหลีไม่ชัด แต่ร่างที่แข็งเกร็งของเธอฟ้องอารมณ์อยู่ เขาถอนหายใจเบาๆในใจ ก้าวเดินเข้าไป เมื่อเขาเข้าใกล้ ใจของเวินหลีก็เต้นแรงอีกครั้ง กลิ่นหอมสะอาดของสบู่ส้มป่อยโชยมาเต็มโพรงจมูก ทำให้ร่างของเธอผ่อนคลายลงเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว
“กลับกันเถอะ!”
น้ำเสียงของลู่เจ๋อชวนเรียบเฉย ราวกับไม่ได้ยินเสียงร้องในลานบ้านเลย เวินหลีเงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ สบตาสงสัยมองเขา
