เวินหลีเกิดความสนใจขึ้นมา “นายจะทำยังไงเหรอ”
ลู่เจ๋อชวนมีคิ้วคมเข้ม ดวงตาฉายแววเย็นชาอย่างบอกไม่ถูก
“เมียใหม่ของลู่อ้ายกั๋วแซ่เสิ่น ตระกูลเสิ่นเดิมเป็นคนรับใช้ ต่อมาตอนปฏิวัติโค่นเจ้าที่ดิน พวกเขาอาศัยการแจ้งความนายเก่า ได้ผลประโยชน์ไม่น้อย แล้วยังมาตั้งรกรากที่เมืองหลวงอีก เสิ่นจวี๋มีหน้าตาดีเลยเข้าตาลู่อ้ายกั๋ว เรียกว่าได้ดีคนเดียวทั้งตระกูลพลอยลอยขึ้นฟ้าเลย”
ลู่เจ๋อชวนหยุดนิดนึงแล้วพูดต่อ
“เสิ่นจวี๋น่ะเคยเห็นกลอุบายสกปรกในย่านที่พักข้าราชการมา ก็ถือว่ามีไม้เด็ดอยู่บ้าง แต่สุดท้ายก็เป็นคนมีความรู้ตื้นเขิน โลภมากสายตาสั้น”
เวินหลีเข้าใจความหมายของลู่เจ๋อชวนขึ้นมาทันที เกรงว่าตระกูลเสิ่นคงไม่ซื่อสัตย์
“นายจะเริ่มจากตระกูลเสิ่นเรอะ”
“ใช่ น้องชายสองคนของเสิ่นจวี๋เป็นไอ้เกเรไม่ทำมาหากิน มีแต่พี่ใหญ่กับพ่อของเธอเท่านั้นที่มีงานทำ ทั้งครอบครัวเล็กใหญ่สิบกว่าชีวิตอาศัยอยู่ด้วยกัน จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้แยกบ้านกันเลย”
“ทั้งบ้านมีแค่สองคนที่ทำงาน แต่ชีวิตกลับสุขสบายกว่าใคร ไม่เคยขาดเงินใช้เลย”
“ลู่อ้ายกั๋วถึงความสามารถจะธรรมดา แต่เขาถูกปู่ของฉันอบรมสั่งสอนอย่างเข้มงวดมาตั้งแต่เด็ก รู้ว่าอะไรสำคัญไม่สำคัญ ไม่เคยทำเรื่องผิดกฎระเบียบ ต่อให้ตระกูลเสิ่นจะได้รับการช่วยเหลือจากลู่อ้ายกั๋ว ก็ไม่มีทางใช้ชีวิตแบบนี้ได้”
“นายหมายความว่าตระกูลเสิ่นแอบอ้างชื่อลู่...” เวินหลีเกือบหลุดปาก รีบเปลี่ยนคำพูดทันที “แอบอ้างชื่อเสียงของพ่อนายไปหาผลประโยชน์ข้างนอกเรอะ”
