ชายชราแซ่หวังเปิดห่อผ้าออกมา ด้านในเป็นผ้าห่มหนา ๆ ผืนหนึ่ง ใต้ผ้าห่มมีข้าว แป้ง และผลไม้
“นี่มัน...”
ชายชราแซ่โจวงุนงง “จะเป็นใครได้นะ?”
ชายชราแซ่โหวหยิบข้าวขึ้นมากำมือหนึ่งให้อีกสองคนดู “พวกนายดูข้าวนี่คุ้น ๆ ไหม?”
“เหมือนกับที่หลานชายฉันเอามาให้ไม่มีผิด หรือว่าจะเป็นจือชิงเวินคนนั้น?”
“อย่าพูดอย่างนั้นเลย รูปร่างท่าทางตอนเดินจากไปก็ดูคล้ายจริง ๆ ฉันเห็นทิศทางที่เธอจากไปก็คือเรือนจือชิง เป็นไปได้สูงว่าเป็นเธอ!”
“ถ้าอย่างนั้น... ของพวกนี้?”
ชายชราแซ่หวังกับชายชราแซ่โจวหันมามองชายชราแซ่โหวพร้อมกันโดยไม่นัดหมาย
ชายชราแซ่โหวเป็นคนที่ความคิดอ่านมากที่สุดในสามคนนี้ หลายครั้งชายชราแซ่หวังกับชายชราแซ่โจวก็เชื่อฟังเขา
ชายชราแซ่โหวมองแก้มซูบตอบของสหายเก่าทั้งสอง แล้วถอนหายใจลึก ๆ
เขาเคยเป็นนักอ่าน เคยไปเรียนเมืองนอก ครอบครัวก็เคยเป็นนายทุนใหญ่ ช่วงไม่กี่ปีที่ถูกเนรเทศลงชนบทนี้ทำให้ความหยิ่งทะนงในใจเขาหายไปจนหมด
“เก็บไว้เถอะ! ตอนนี้พวกเราไม่เหลืออะไรแล้ว เธอจะมาเอาอะไรจากพวกเราได้? ต่อให้พรุ่งนี้ต้องตาย พวกเราก็ขอตายแบบอิ่มท้องเถอะนะ!”
เมื่อเห็นชายชราแซ่โหวยอมรับ อีกสองคนก็แอบโล่งใจ ปีก่อน ๆ พวกเขายังพอมีเงินติดตัวอยู่บ้าง จึงไม่จำเป็นต้องรับการบริจาคจากใคร แต่ตอนนี้พวกเขาไม่มีเงินติดตัวเลยสักเหมาเดียว โจวอวี๋เองตอนนี้ยังเอาตัวแทบไม่รอด ถ้ายังทำตัวหยิ่งมีศักดิ์ศรีต่อไป คงเอาชีวิตไม่รอดแล้ว
ใคร ๆ ก็ว่า อยู่อย่างลำบากยังดีกว่าตาย ไม่ว่ายังไง ตอนนี้พวกเขาไม่มีอะไรเลย ต่อให้เวินหลีจะต้องการอะไรก็ไม่มีอะไรให้!
