เวินหลีอดทึ่งในสายตาอันเฉียบแหลมของเวินกั๋วต้งไม่ได้ “พ่อ พ่อเชื่อมโยงมาถึงเรื่องนี้ได้ยังไง”
“แม่ของลูกเคยค้นคว้าดู ของที่ลูกส่งกลับมาไม่มีส่วนประกอบของยา แต่พอกินเข้าไปแล้ว เห็นผลได้ชัดเจนจริง ๆ พ่อถึงนึกขึ้นได้ว่า ครั้งหนึ่งยายเคยเล่าเรื่องให้ฟัง”
ซ่งอวี้ยิ้มพลางพยักหน้า เธอเป็นหมอทหาร พอเจอของดีแบบนี้ สิ่งแรกที่คิดคืออยากวิจัยออกมาใช้กับคนทั่วไป
เพียงแต่เธอค้นคว้าอยู่หลายเดือน ก็ไม่ได้อะไร
พวกของที่เวินหลีส่งกลับมา นอกจากเครื่องปรุงรสแล้ว ไม่มีส่วนประกอบของยาเลย
ปัญหาที่วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้ ทำได้แค่นึกโยงไปทางเรื่องเหนือธรรมชาติ เวินกั๋วต้งถึงได้คิดไปถึงป้ายไม้นั่น
ปากของเวินหลีอ้าค้างอยู่อย่างนั้น พักหนึ่งก็นึกไม่ออกว่าจะพูดอะไรดี เลยถามคำถามที่ไม่มีประโยชน์อะไรขึ้นมา
“แล้วยายทำไมไม่ให้อากับน้องสาวลูกพี่ลูกน้องล่ะ”
“ตอนลูกเกิด ยายก็บอกว่าลูกกับป้ายไม้นี้มีวาสนาต่อกัน ถึงได้ยกให้ลูกไง”
ในหัวของเวินหลีไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับคุณยายตระกูลเวินแล้ว หลัก ๆ เพราะท่านจากไปเร็ว ตั้งแต่เจ้าของร่างเดิมยังเล็กมาก ก็จำไม่ได้แล้วว่าท่านเป็นคนยังไง
ไม่รู้เหมือนกันว่าคุณยายดูยังไง ถึงฟันธงว่าเจ้าของร่างเดิมมีวาสนากับป้ายไม้
“พ่อ แม่ ไม่รู้สึกว่ามันอัศจรรย์มากเหรอ”
ซ่งอวี้จูงมือเวินหลีขึ้น “โลกนี้มีเรื่องที่วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้ตั้งเยอะแยะ แต่เรื่องนี้ ลูกต้องไม่บอกใคร รายละเอียดที่เป็นความลับ แม้แต่พวกเราก็บอกไม่ได้ รู้ไหม”
