เซี่ยหลินชะงักมือที่กำลังล้างผัก ก่อนจะหัวเราะเย็นชา
“แม่ยังดูไม่ออกอีกเหรอ? เธอแค่จงใจทำตัวให้แม่เห็นเท่านั้นแหละ! เธอรู้ว่าแม่ใจอ่อน แล้วก็จะให้เงินเธอใช้!”
จางหงชุ่ยได้ยินดังนั้นก็รีบอธิบายทันที
“ลูกเข้าใจเหยาเหยาผิดแล้ว เธอไม่ได้ใช้เงินแม่ ดูสิ เงิน 100 หยวนยังอยู่กับแม่เลย! ทั้งเสื้อผ้าและของพวกนี้ก็ซื้อจากเงินที่เธอขายเครื่องประดับกับเครื่องประทินผิวทั้งนั้น”
เซี่ยหลินชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยิน
“เธอขายของพวกนั้นไปแล้วเหรอ?”
“ใช่ แถมเงินที่เหลือเธอยังยืนกรานจะให้แม่อีก แม่ไม่ยอมรับไว้เด็ดขาด เธอถึงได้เก็บไว้เอง”
พอได้ยินอย่างนั้น เซี่ยหลินก็ขมวดคิ้วแน่น แววตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
เธอยอมขายของพวกนั้นจริง ๆ เหรอ...
เมื่อก่อนเธอชอบของพวกนั้นที่สุดไม่ใช่หรือไง?
ภาพซูเหยาที่เพิ่งกอดเสื้อผ้าไว้แนบอก ดวงตาเปี่ยมความคาดหวังพลันผุดขึ้นมาในหัว เซี่ยหลินรู้สึกเจ็บแปลบตรงหัวใจเล็กน้อย
จางหงชุ่ยมองสีหน้าของเซี่ยหลิน ก่อนจะพูดต่อว่า
“แม่รู้ว่าลูกไม่เต็มใจ แต่ตอนนี้เหยาเหยาก็เป็นภรรยาของลูกแล้ว แถมยังท้องลูกของลูกอยู่ด้วย อาหลิน เหยาเหยาเปลี่ยนไปจริง ๆ ลูกให้โอกาสเธอสักครั้งเถอะนะ”
เซี่ยหลินเงยหน้าขึ้น ก่อนจะกลับไปทำงานต่อ มือยังขยับอยู่ขณะเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ
“อืม แม่ไปพักก่อนเถอะ”
เซี่ยหลินไม่ได้คิดจะอธิบายให้จางหงชุ่ยฟังว่านี่เป็นแผนใหม่ของซูเหยาทั้งหมด เขารู้ว่าตอนนี้แม่กำลังมีความสุขกับเรื่องลูกสามคน จึงไม่มีทางฟังอะไรเข้าหู
เรื่องซูเหยา เขาต้องคอยระวังเอง
จางหงชุ่ยพยักหน้า ไม่ได้พูดอะไรต่อ
หลังกินข้าวเสร็จ ซูเหยากำลังเก็บกวาดบ้าน ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูจากด้านนอก
เธอหันไปเปิดประตู แล้วก็พบว่าคนที่ยืนอยู่ข้างนอกคือเซี่ยหลิน