เมื่อคืนพูดจาเสียเต็มประดา ตอนนี้กลับโดนตบหน้าฉาดใหญ่
ทำราวกับเป็นบุญคุณยิ่งใหญ่อะไรนักหนา ทั้งที่ก็แค่บ้านเก่าซอมซ่อหลังหนึ่ง
จางหงอิงรู้สึกแสบตาจนน้ำตาคลอ
“ฉันจะรังเกียจได้ยังไง แค่มีที่ซุกหัวนอนก็ถือว่าดีมากแล้ว”
เซี่ยหลินหยิบมีดพร้าขึ้นมาแล้วถลกแขนเสื้อ
“ผมจะถางหญ้ากับฟันต้นไม้ในลานก่อน”
จางหงอิงหยิบเคียวขึ้นมา
“ฉันจะตัดหญ้าเอง”
จางหงชุ่ยหยิบเคียวขึ้นมาด้วย “เราสองคนช่วยกันตัดหญ้า ส่วนเหยาเหยาพาหู่จื่อไปเล่นอยู่ข้าง ๆ ก็พอ”
ซูเหยาพยักหน้า
“ได้เลย! ฉันรับหน้าที่เอาน้ำไปให้พวกคุณเอง!”
ทุกคนแบ่งงานกันชัดเจน แล้วก็เริ่มลงมือทันที
ไม่นานนัก ชายวัยกลางคนคนหนึ่งก็เดินหิ้วจอบเข้ามาช้า ๆ
“หนูซู? พวกเธอนี่เอง มาทำอะไรกันตอนนี้ล่ะ?”
ซูเหยามองแล้วรู้สึกคุ้นหน้าอยู่บ้าง ที่แท้ก็เป็นลุงหลิวบ้านข้าง ๆ
“ลุงหลิวเองเหรอคะ พวกเราจะมาจัดการบ้านเก่าหลังนี้ ดูว่าจะพออยู่อาศัยได้ไหม”
ลุงหลิวได้ยินแล้วก็ประหลาดใจมาก
“บ้านหลังนี้ไม่มีคนอยู่มาสิบกว่าปีแล้วไม่ใช่เหรอ ยังจะอยู่ได้อีกเหรอ?!”
“ซ่อมแซมไปเรื่อย ๆ ก็คงพอใช้แก้ขัดได้ค่ะ”
ลุงหลิวพยักหน้า
“อ๋อ~ ฉันได้ยินมาว่าตระกูลเซี่ยร่ำรวยไม่ใช่เหรอ ทำไมพวกเธอยังกลับมาซ่อมบ้านเก่าหลังนี้อีกล่ะ? เธอกับเจ้าหนุ่มตระกูลเซี่ยคนนั้นยังดีต่อกันอยู่ไหม?”
ซูเหยาหัวเราะเบา ๆ ก่อนเชิดคางไปทางเซี่ยหลินที่กำลังฟันต้นไม้อยู่
“เปล่าค่ะ แม่สามีฉันอยู่ทางนั้น พอจัดบ้านเสร็จแล้ว จะได้แวะมาอยู่บ้างเป็นครั้งคราว สะดวกดีค่ะ”
ลุงหลิวเงยหน้ามองเข้าไปในลาน เห็นจางหงอิงกับจางหงชุ่ยแล้วแววตาก็วาววับขึ้นมาทันที