ติงฉิงใช้โทรศัพท์โอนเงินให้อาป้าหวังอีก 25,000 หยวน ในที่สุดก็ซื้อกระถางสำริดใบใหญ่ใบนั้นมาได้
หูไห่ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมติงฉิงถึงอยากซื้อกระถางธูปใบใหญ่ แถมยังจ่ายไปตั้ง 25,000 หยวน เขาคิดว่าเตานี่ต่อให้เป็นกระถางสำริดก็ไม่ได้มีค่ามากมายอะไร และไม่เชื่อด้วยว่ามันเป็นของสมัยราชวงศ์ฮั่น เขาคิดว่ามันน่าจะเป็นของสมัยราชวงศ์หมิงมากกว่า
อาป้าหวังเห็นติงฉิงซื้อของอย่างไม่ลังเลก็มีความสุขมาก จึงไปค้นภาพเขียนและงานเขียนพู่กันเก่า ๆ หลายแผ่นจากตู้ใบหนึ่ง แล้วนำมาวางบนโต๊ะปาเซียนให้ติงฉิงเลือก
ติงฉิงยกกระถางสำริดใบใหญ่วางลงกับพื้น จากนั้นก็พิจารณาภาพเขียนและงานเขียนพู่กันเก่า ๆ เหล่านั้นอย่างละเอียด
เขาคลี่ภาพออกดูทีละแผ่น ทั้งหมดเป็นของเก่า แต่บางแผ่นไม่มีชื่อผู้วาดกำกับ จึงไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนวาด ทว่าดูจากอายุแล้วก็ค่อนข้างเก่าแก่ เป็นภาพทิวทัศน์ภูเขาและสายน้ำ
ติงฉิงแอบใช้ระบบตรวจสอบด้วยดวงตาทิพย์ของตัวเองอีกครั้ง
“ภาพเหล่านี้เป็นผลงานของคนสมัยราชวงศ์ซ่งทั้งหมด ประเมินราคาอ้างอิงไม่ได้ เพราะไม่มีชื่อผู้วาด แต่มีคุณค่าต่อการสะสมสูงมาก!”
แม้แต่ระบบตรวจสอบของติงฉิงยังประเมินราคาไม่ได้ เขาจึงขี้เกียจดูต่อ
เขาตั้งใจจะจ่ายเงินเพียงเล็กน้อยซื้อภาพเก่า ๆ เหล่านี้ไว้ ใช้เป็นตัวอย่างอ้างอิงในการตรวจสอบภายหลัง อย่างไรเสียระบบตรวจสอบก็ยืนยันแล้วว่าภาพเหล่านี้เป็นผลงานของคนสมัยซ่ง
ต่อมา ท่ามกลางภาพไร้ชื่อเหล่านั้น เขาพบภาพอีกแผ่นหนึ่ง ซึ่งมองเห็นรายละเอียดได้ชัดเจน
