เห็นหูพั่งจื่อไม่คิดแบ่งภาพถูและภาพเขียนอักษรพวกนั้นกับเขา ติงฉิงก็ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นอะไร ยังไงของพวกนี้วันนี้ก็เป็นเงินที่เขาจ่ายซื้อเองทั้งนั้น
ที่แบ่งเงินให้ได้หลายหมื่นหยวน ก็เพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์อันดีระหว่างเขากับหูพั่งจื่อ
หูพั่งจื่อไม่รู้ว่าภาพเขียนอักษรพวกนั้นมีมูลค่าเท่าไร ถ้ารู้ทีหลังว่าเขาจะขายได้ราคาหลายสิบล้านหยวน อีกฝ่ายคงอยากตบกะโหลกตัวเองแน่
หลังกินข้าวเสร็จ เจ้าพุงพลุ้ยถามติงฉิงว่า “บ่ายนี้จะทำอะไรต่อล่ะ จะไปตระเวนหาของเก่าอีกไหม?”
ติงฉิงมองแดดจัดด้านนอกแล้วคิดว่า อากาศร้อนขนาดนี้จะออกไปตระเวนหาของเก่าไม่ใช่แนวที่เขาชอบเลย
“ไม่งั้นฉันไปดูโครงการบ้านที่นายขายก็แล้วกัน ฉันเองก็อยากซื้อบ้านอยู่สักหลัง!”
หูพั่งจื่อได้ยินแล้วดีใจมาก ถ้าญาติห่าง ๆ ของเขาซื้อบ้านสักหลัง เดือนนี้เขาก็จะทำยอดได้สักที ต้องรู้ก่อนว่าเดือนนี้เขายังขายบ้านไม่ได้เลยสักหลัง ทั้งที่ผ่านมาตั้งครึ่งเดือนแล้ว
พวกเขามาถึงหมู่บ้านเจียงหนาน ซึ่งเป็นโครงการบ้านที่หูพั่งจื่อขายอยู่
ติงฉิงดูแบบบ้านแล้ว แต่ไม่ค่อยถูกใจเท่าไร
เห็นเขาไม่ถูกใจ เจ้าพุงพลุ้ยก็ไม่ได้คะยั้นคะยอให้ซื้อ ถึงยังไงอีกฝ่ายก็เป็นญาติห่าง ๆ ของเขา แม้จะไม่ใช่ญาติแท้ ๆ แต่เป็นญาติที่รู้จักกันข้างนอก ทว่าเขากลับรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดีกว่าญาติแท้ ๆ เสียอีก
“ถ้านายไม่ชอบบ้านพวกนี้ งั้นก็ไม่ต้องซื้อหรอก ไว้ฉันว่างเมื่อไรจะพาไปดูโครงการอื่น การซื้อบ้านเป็นเรื่องใหญ่ของชีวิต อย่าซื้อส่ง ๆ ถ้าจะซื้อก็ต้องซื้อหลังที่ตัวเองชอบ!”
ในเมื่อไม่ได้ซื้อบ้าน ติงฉิงจึงนั่งดื่มชาและคุยเล่นอยู่ในห้องทำงานของหูพั่งจื่อ
หูพั่งจื่อเองก็ไม่มีธุระอะไร แดดแรงขนาดนี้ แถมยังเป็นช่วงบ่าย จึงไม่มีลูกค้าเข้ามาดูบ้านเลย
