“นอกจากนี้...”
ลู่เจิ้นพูดพลางชูนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้ว
“วิธีหลักในการได้รับแต้มคุณูปการมีอยู่สองอย่าง อย่างแรกคือสังหารคนชั่วช้าสามานย์”
“ก็คือเหล่าอาชญากรที่หน่วยหกประตูประกาศจับ”
“ผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ขั้นปฐพีขึ้นไป ก่ออาชญากรรมร้ายแรงแล้วหลบหนีอยู่ภายนอก ล้วนถูกหน่วยหกประตูขึ้นบัญชีประกาศจับ พร้อมกำหนดแต้มคุณูปการไว้ตามความผิด”
“อีกทั้งจำนวนแต้มคุณูปการก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับการฝึกตนทั้งหมด”
“แต่ขึ้นอยู่กับความผิดที่ก่อ”
ลู่เจิ้นยิ้มพลางยกตัวอย่าง
“อย่างเช่น ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสวรรค์คนหนึ่ง อาจเพียงฆ่าคนไปไม่กี่คน ความผิดที่ก่อก็ไม่ได้ร้ายแรงนัก”
“ส่วนผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปฐพีอีกคนหนึ่ง อาจเข่นฆ่าคนทั้งหมู่บ้าน สังหารเจ้าหน้าที่ทางการ จนมีชีวิตคนหลายสิบหรือเป็นร้อยติดมือ”
“เช่นนั้นแต้มคุณูปการของคนหลังกลับสูงกว่า”
อันหลานเข้าใจในทันที
หน่วยหกประตูไม่ได้วัดกันแค่พลังฝีมือ
แต่วัดว่าคนผู้นั้นสมควรถูกสังหารเพียงใด
จากนั้นลู่เจิ้นก็ชูนิ้วขึ้นเป็นนิ้วที่สอง
“อย่างที่สองคือการทะลวงขอบเขต”
อันหลานประหลาดใจเล็กน้อย
“ทะลวงขอบเขตก็ได้แต้มคุณูปการด้วยหรือ?”
“ได้”
ลู่เจิ้นยิ้มกล่าว “หน่วยหกประตูฝึกฝนพวกเจ้า ก็ใช่ว่าจะหวังให้พวกเจ้าหยุดอยู่กับที่ไปตลอดชีวิต”
“ตั้งแต่เป็นกำลังสำรอง ทุกครั้งที่ทะลวงขอบเขตสำคัญได้ ก็จะได้รับแต้มคุณูปการเป็นรางวัล”
“ยิ่งเจ้าอายุน้อยและทะลวงได้เร็ว ก็ยิ่งได้รับการฝึกฝนสนับสนุนมากขึ้น”
อันหลานครุ่นคิด
ฟังดูสมเหตุสมผลทีเดียว
แต้มคุณูปการดูเผิน ๆ เป็นรางวัล
แต่แท้จริงแล้วก็เป็นวิธีคัดเลือกผู้มีพรสวรรค์ของหน่วยหกประตูเช่นกัน
