ครั้งนี้ลู่เจิ้นเสียอาการจริง ๆ
อวี๋ทัวเองก็หรี่ตาลง ก่อนจะเพ่งพิจารณาอย่างละเอียด ผ่านไปครู่หนึ่ง สีหน้าของเขาก็เคร่งขรึมลงเช่นกัน
“เป็นราชันเหยี่ยวสวรรค์จริง ๆ”
ราชันเหยี่ยวสวรรค์
หนึ่งในราชันโจรทั้งสิบสองแห่งสิบสองค่ายห่วงโซ่
ขั้นปฐพีขั้นสมบูรณ์
ยิ่งไปกว่านั้น ตัวเขายังฝึกวิชาเหยี่ยวเหินและกรงเล็บวายุเทพจนถึงขั้นสูงส่ง ทั้งยังมีเหยี่ยวเขียวอสูรกายขั้นปฐพีช่วงปลายติดตามอยู่ข้างกาย
หากผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปฐพีขั้นสมบูรณ์ทั่วไปต้องเผชิญหน้ากับเขา อย่าว่าแต่สังหารเลย ต่อให้ต้องสู้กันซึ่งหน้า จะถอยหนีออกมาโดยไม่ได้รับบาดเจ็บได้หรือไม่ก็ยังเป็นปัญหา
ลู่เจิ้นเองก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปฐพี ทั้งยังเป็นมือปราบเหล็กแห่งหน่วยหกประตู ย่อมรู้ซึ้งกว่าคนทั่วไปว่าราชันเหยี่ยวสวรรค์รับมือยากเพียงใด ต่อให้ต้องประมือกับมารเฒ่าผู้ย่ำกรายไปทั่วบึงต้าเจ๋อมาหลายปีด้วยตนเอง เขาก็ยังไม่กล้าพูดว่าตนมีโอกาสชนะถึงห้าส่วน
ทว่าตอนนี้ ศีรษะของราชันเหยี่ยวสวรรค์กลับวางอยู่ตรงหน้าเขาเช่นนี้
ลู่เจิ้นเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้ามองอันหลานอีกครั้ง
“คนผู้นี้...เจ้าสังหารหรือ?”
อันหลานพยักหน้า “แค่โชคดีสังหารได้ขอรับ”
“แล้วเหยี่ยวเขียวตัวนั้นเล่า?”
“สังหารแล้วเช่นกันขอรับ”
“...”
ลู่เจิ้นมองอันหลาน พลันรู้สึกคอแห้งผากขึ้นมา
เพิ่งผ่านไปนานเท่าไรเอง สามเดือนหรือ?
เขาจำได้ชัดเจนว่า ตอนอันหลานเพิ่งเริ่มฝึกยุทธ์ เขาเคยบอกอีกฝ่ายว่า ด้วยพรสวรรค์เช่นนี้ หากขยันฝึกฝน อีกสามปีก็จะทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมกระดูกได้...
ผลคือเพิ่งผ่านไปสามเดือน อย่าว่าแต่ขั้นหลอมกระดูกเลย ตอนนี้อันหลานก้าวเข้าสู่ขั้นปฐพีขั้นสมบูรณ์แล้ว กระทั่งราชันเหยี่ยวสวรรค์ที่เป็นยอดฝีมือขั้นปฐพีขั้นสมบูรณ์มานาน ก็ยังตายด้วยน้ำมือเขา