รุ่งเช้าวันถัดมา
หวังเฉิงเยี่ยพาคนสองคนมาถึงเรือนหลังเล็กที่อันหลานพักอยู่ด้วยตนเอง
คนหนึ่งเป็นเด็กสาวอายุราว 16 ปี ใบหน้าสะอาดสะอ้าน คิ้วตางดงาม อีกคนเป็นเด็กชายอายุประมาณ 6 ขวบ ดูแข็งแรงทะมัดทะแมง
ทั้งสองคือหวังชิงอี๋ บุตรสาวคนเล็กของหวังเฉิงเยี่ย และหวังชิงสือ บุตรชายคนสุดท้อง
“เสี่ยวสือโถว เรียกท่านอาสิ”
หวังเฉิงเยี่ยตบไหล่บุตรชายเบา ๆ ก่อนหันไปมองหวังชิงอี๋ที่ยืนอยู่ข้างกัน
“ชิงอี๋ นี่คืออันหลานน้องชายที่ข้าเล่าให้พวกเจ้าฟังเมื่อวาน”
พูดจบ เขาก็หันไปยิ้มให้อันหลาน “น้องชายอัน เด็กสองคนนี้เป็นบุตรที่อายุน้อยที่สุดในบรรดาลูก ๆ ที่ไม่เอาไหนของข้า ต่อไปเรื่องฝึกยุทธ์ของพวกเขาคงต้องรบกวนเจ้าใส่ใจให้มากแล้ว”
หวังชิงสือเงยหน้ามองอันหลาน ไม่ได้เก้อเขินหรือหวาดกลัวคนแปลกหน้าแม้แต่น้อย ไม่นานก็ร้องเรียกเสียงใสว่า “พี่อัน!”
เมื่อได้ยินคำเรียกว่าพี่ อันหลานก็อดนึกถึงอันผิงที่อยู่ไกลถึงสำนักศึกษาฉีสุ่ยไม่ได้ สีหน้าของเขาจึงอ่อนโยนลงเล็กน้อย
“น้องชิงสือ”
จากนั้นเขาก็ประสานมือคารวะหวังชิงอี๋
“คุณหนูหวัง”
“คุณชายอัน”
หวังชิงอี๋ค้อมกายตอบรับอย่างแผ่วเบา
บุตรหลานคนอื่น ๆ ของตระกูลหวังส่วนใหญ่ล้วนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ต่างมีธุระของตนเอง เวลานี้ผู้ที่เหมาะจะติดตามอันหลานฝึกยุทธ์ก็มีเพียงหวังชิงอี๋กับหวังชิงสือ เขาจึงไม่ได้คิดอะไรมาก
แต่หวังชิงอี๋กลับอดมองอันหลานอยู่หลายครั้งไม่ได้
ตอนกินอาหารเช้า บิดาเอ่ยชมเด็กหนุ่มผู้นี้ข้างหูนางไม่หยุด ทั้งมีอนาคตไกล ทั้งมีความเข้าใจเฉียบแหลม ถึงขั้นบอกว่าคนผู้นี้อาจออกจากหมู่บ้านต้าเจ๋อได้ในภายหน้า ทำให้นางใคร่รู้อยู่ตลอดทาง
